พระเยซูที่แท้จริง

บอกพวกเขาว่าเรารักพวกเขามากแค่ไหน!

เราประกาศแก่ท่านถึงพระวาทะแห่งชีวิตซึ่งดำรงอยู่ตั้งแต่ปฐมกาล ซึ่งเราได้ยิน ได้เห็นกับตา ได้พินิจดู และได้สัมผัสด้วยมือของเรา (1 ยอห์น 1:1)

บรรดาลูกของพระเจ้าที่รัก หลายคนในหมู่ท่านทั้งหลายกำลังผ่านการทดลองอยู่ ณ ตอนนี้ วันนี้อับบาอยากจะให้ฉันพูดกับคุณเรื่องของความรักที่พระองค์ทรงมีต่อคุณ คุณอาจจะไม่สามารถหยั่งรู้ได้หรือไม่ทราบว่าพระเยซูรักคุณมากเพียงใด! คุณได้เผชิญสงครามฝ่ายวิญญาณมากมายและเพราะสงครามเหล่านั้นในบางครั้งคุณรู้สึกว่าตัวเองถูกลืมและถูกทอดทิ้ง แต่จะมีหรือที่องค์ราชาผู้รักท่านจะทอดทิ้งนักรบผู้สัตย์ซื่อของพระองค์?

ขอให้คุณลองจินตนาการว่าพระเยซูกำลังทรงกางแขนออกกว้างๆและตรัสว่า “เรารักเจ้ามากเท่านี้…!” และในขณะที่คุณมองในภาพจินตนาการนั้นให้ลองนึกภาพแขนของพระองค์กางออกกว้างขึ้นและกว้างขึ้นเรื่อยๆไม่มีสิ้นสุด นี่เป็นเพราะความรักของพระองค์ที่มีต่อคุณนั้นไม่มีที่สิ้นสุดเลย! องค์พระเยซูทรงอยู่กับคุณตลอดเวลาและพระองค์ทรงอยู่ฝ่ายคุณ พระองค์ทรงยึดคุณไว้มากกว่าที่คุณยึดพระองค์ไว้เสียอีก! พระองค์อยู่กับคุณตลอด 24 ชั่วโมง และในทุกๆวินาทีตลอดเวลา พระองค์อยู่กับคุณเสมอ โอ้โห ความรักของพระองค์ที่มีต่อคุณนั้นเกินจะหยั่งลึก แสนจะลึกซึ้งเกินเข้าใจ!

พวกเราได้ใช้เวลาหลายชั่วโมงนั่งแทบพระบาทของพระองค์ ได้เรียนรู้ปัญญาเหนือปัญญาทั้งปวงและได้ลิ้มรสถึงความรักของพระองค์ด้วยตัวเอง แต่ถึงกระนั้นพระองค์ยังตรัสว่าตอนนี้เรายังไม่สามารถที่จะรู้ถึงความรักของพระองค์ที่มีต่อพวกเราอย่างถ่องแท้ได้! นั่นก็คือการเปรียบเปรยถึงความรักมหาศาลของพระองค์เพื่อให้คุณได้ลุกขึ้นอีกครั้งและมีกำลังใหม่

ฉันรับการอธิบายว่าองค์พระเยซูนั้นได้ตกหลุมรักคุณตอนที่พระองค์ตัดสินใจที่จะสร้างคุณขึ้นมา…ก่อนที่คุณจะเกิดมาบนโลกนี้เสียอีก คุณจึงไม่ได้เกิดมาเพราะความบังเอิญแต่คุณเป็นคนที่พระองค์ได้ทรงสร้างขึ้นด้วยการพินิจพิเคราะห์ที่รอบครอบแล้ว …และหลังจากนั้นพระองค์ก็เห็นคุณ…เห็นถึงสิ่งสร้างอันสวยงามที่พระองค์ได้ทรงสร้างขึ้นและพระองค์ก็ตกหลุมรักคุณมากขึ้น…และเมื่อคุณคุกเข่าลงและรับพระองค์เข้ามาในหัวใจ พระองค์ก็ตกหลุมรักคุณมากกว่าเดิม! องค์พระเจ้านั้นทรงรักคุณด้วยความรักที่ลึกซึ้งและขณะที่คุณเดินไปกับพระองค์ด้วยความสัตย์ซื่อ พระองค์ก็ทรงรักคุณมากขึ้นๆในทุกๆวัน! โอ้โห พระเยซูรักคุณมากเหลือเกิน! หลายคนไม่อาจรู้ได้เลย ไม่อาจรับรู้ว่าคุณนั้นพิเศษต่อพระองค์มากเพียงใด!!!

คุณรู้ไหมว่าพระเยซูทรงอยู่กับคุณเสมอและพระองค์ทรงต่อสู้ในฝ่ายคุณในสงครามทั้งหมด? พระองค์อธิบายแก่พวกเราว่าพระองค์นั้นต่อสู้เพื่อคุณมากกว่าที่คุณต่อสู้เพื่อตนเองเสียอีก แต่มารนั้นมาหาคุณและบอกคุณว่าพระองค์นั้นไม่ไยดีและบางทีพระองค์ก็ลืมคุณและพระองค์ไม่ได้อยู่กับคุณ ไม่ได้ทำอะไรให้คุณ ว่าคุณอธิษฐานมากมายแต่พระองค์ก็ไม่ทรงตอบ… เพื่อนที่รักเอ๋ย รู้ไว้เถิดว่าพระเยซูทรงห่วงใยคุณและพระองค์ไม่เคยต่อต้านคุณแต่ทรงอยู่ฝ่ายคุณ แต่คุณจะต้องเข้าใจว่ามันมีสงครามและการที่คุณเชื่อฟังพระองค์ วางใจในพระองค์ และมีความเชื่อในพระองค์นั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ! (อ่าน โรม 4)

อย่าเชื่อในคำหลอกลวงของมาร เมื่อใดที่คุณเชื่อในคำหลอกลวงนั้นก็เท่ากับการเสริมกำลังให้มัน พลังเพียงพลังเดียวที่มารซาตานมีนั้นมาจากบาปที่คนทำ! ลองนึกสิว่าถ้าพวกเราทุกคนก้าวเดินอย่างไร้ที่ติต่อหน้าองค์พระเจ้า จะไม่มีใครเลยที่ตกเป็นของมาร จะไม่มีใครเลยที่เจ็บป่วย มารนั้นจะไม่มีที่อยู่ในชีวิตของพวกเราและมันจะพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง!

พระเยซูทรงเป็นเพียงผู้เดียวที่สมควรแต่การไว้วางใจ พระองค์เท่านั้นทรงเป็นพระเจ้า พระองค์เท่านั้นที่แข็งแกร่ง พระองค์ประสงค์ให้คุณวางใจในพระองค์ในทุกๆสิ่งที่คุณมี และทรงมีพระประสงค์ให้คุณวางใจและเชื่อในพระดำรัสของพระองค์ต่อคุณว่าพระองค์จะทำให้มันเป็นจริง
แต่คุณพูดว่า “ฉันไม่ได้ยินพระองค์ พระองค์ไม่ได้ทรงปรากฎต่อฉันตัวต่อตัว” แต่ทว่าที่รักเอ๋ย ‘พระดำรัสอยู่ใกล้คุณ ในปากของคุณ และในหัวใจของคุณ’ พระองค์ตรัสกับคุณทุกวันผ่านทางพระคัมภีร์และผ่านหลายช่องทาง จงรับพระคำของพระองค์ เชื่อในพระคำนั้น และระวังตัวจากศัตรูซึ่งก็คือความสงสัยและความไม่เชื่อ!

พระเยซูผู้ทรง…

พระเยซูผู้ทรงร้องไห้กับคุณ! พระเยซูผู้ทรงจับคุณไว้แน่นๆเมื่อคุณร้องไห้และจะไม่ยอมปล่อยคุณไป! พระเยซูผู้ทรงอุ้มคุณผ่านการทดลองมากมาย! พระเยซู – อับบาพระบิดาที่ทรงปกป้องคุณ! ผู้ทรงเฝ้ามองคุณเวลาคุณหลับ คอยเข้าๆออกๆเยี่ยมดูคุณ! พระเยซูผู้ทรงเต้นรำกับคุณ! พระเยซูผู้เป็นผู้เลี้ยงแกะคอยนำทาง ทรงวางชีวิตของพระองค์ลงเพื่อคุณ! พระเยซูผู้ทรงจับมือคุณและนำทางคุณ! พระเยซูผู้ทรงยึดคุณไว้มากกว่าที่คุณยึดพระองค์เสียอีก! พระเยซูผู้ทรงคุ้มครองและปกป้องคุณทุกวัน! พระเยซูผู้ทรงพระสรวลกับคุณและผู้ทรงมีความชื่นชมยินดีเสมอ! พระเยซูผู้ทรงมีพระอารมณ์ขันและมอบความชื่นชมยินดีและสันติสุข! พระเยซูผู้ทรงยอมทุกสิ่งเพื่อคุณ! โอ้โห พระเยซูทรงรักคุณมากเหลือเกิน!

พระเยซูทรงเป็นเพื่อนที่สนิทกว่าพี่ชาย จะมีเพื่อนรู้ใจคนไหนที่เราสามารถเชื่อใจได้เท่ากับพระองค์? พระเยซูทรงรักคุณมากกว่าคนรักคนไหนในโลกนี้ มากกว่าแม่ที่รักลูกที่สุดหรือพ่อคนไหนในโลกหล้า มากกว่าเพื่อนที่สนิทที่สุดที่คุณเคยมี พระเยซูทรงรักแบบไม่เหมือนใคร พระองค์ทรงรักมากกว่าเจ้าบ่าวรักเจ้าสาว
จดจ้องสายตาไปที่พระองค์ จดจ่อไปยังพระองค์… ขณะที่คุณหายใจ หายใจรับพระองค์เข้ามา วันหนึ่งพระองค์จะทรงทำให้ทุกสิ่งที่ทำให้คุณกังวลใจสิ้นสุดลง เชื่อในพระองค์สำหรับทุกสิ่งที่คุณมี!

พระเยซูที่เราได้มารู้จัก

ก่อนที่พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จมาเยือน ฉันต้องบอกว่าไม่มีใครสักคนในหมู่พวกเราเลยที่รู้ว่าพระเยซูรักเรามากแค่ไหน พวกเราคิดว่าพวกเรารู้แล้ว แต่ว่าเมื่อเราพบพระองค์ตัวต่อตัว เราก็ต้องเปลี่ยนความคิดไปโดยสิ้นเชิงเพราะความรักของพระองค์ที่เราได้สัมผัส เพราะเราได้ลิ้มลอง…

รักที่ยิ่งใหญ่กว่า

พระเยซูทรงรักเราเกินคำบรรยาย! ความรักของพระองค์นั้นไม่เห็นแก่ตัว เป็นรักที่ไม่ทำเพื่อตนเอง! เป็นรักที่ยิ่งใหญ่กว่า ไม่มีผู้ใดมีความรักยิ่งใหญ่กว่านี้คือ การที่เขายอมสละชีวิตของตนเพื่อมิตรสหายของตนเอง”  เป็นรักที่ไม่คิดถึงตัวเองก่อนแต่คิดถึงผู้อื่นก่อน! ก่อนที่เสด็จมายังโลกนี้ พระเยซูประทับอยู่ในสวรรค์อันเปี่ยมไปด้วยพระสิริและพลัง พระองค์ทรงเป็นความรัก และก่อนที่เราจะถูกสร้างขึ้นพระองค์ก็ทรงเทความรักของพระองค์แก่บรรดาทูตสวรรค์และสรรพสิ่งที่ทรงสร้างอื่นๆ พระองค์ประทับอยู่สถานที่ที่ไร้ที่ติ ไม่มีอะไรเลยที่ทรงขาด แต่เมื่อทอดพระเนตรเห็นความสิ้นหวัง ความมืดมิด เห็นผู้คนเดินหลงทางปราศจากพระองค์ไปยังนรก พระเยซูเสด็จมายังโลกนี้เพียงเพราะความรัก ความรักที่ไม่สนใจสิ่งอื่นนอกจากการกอบกู้ ความรักที่ยอมสละความสบายของตนเพื่อให้คนอื่นได้สบาย ความรักที่ทรงเลือกพลีพระชนม์เพื่อให้คนอื่นได้มีชีวิต ความรักที่สละทุกสิ่งที่ให้คนอื่นได้รอด ไม่ว่ามูลค่าที่ต้องจ่ายจะมากเพียงใดก็ตาม พระเยซูทรงมองไปยังผลประโยชน์ของเรา พระองค์ประสงค์ให้เรามีความปิติยินดี เมื่อพระองค์เห็นว่าเรามีความปิติยินดี ความปิติยินดีของพระองค์ก็ทวีคูณ

พระองค์เสด็จมา วางชีวิตพระองค์ลงและเทตนเองออกดั่งเทเครื่องดื่มเพื่อให้พวกเราได้มีชีวิต พระองค์ได้ทรงสอนพวกเราเกี่ยวกับความรักนี้และพวกเราก็ได้เห็นคนที่ได้เรียนรู้จากพระองค์ในหมู่พวกเราเลือกที่จะตายเพื่อผู้อื่น ตัวอย่างเช่น เมื่อเหล่านักสู้อธิษฐานถูกนำไปยังนรก พวกเขาก็ไม่กลัวที่จะรับเอาการเฆี่ยนตีและความทรมานที่ควรจะเป็นของคนอื่น! พระเยซูตรัสต่อเราว่า “ลูกทั้งหลายของเรา เมื่อเจ้าทั้งหลายพินิจดูว่าเรารักมากเท่าใดก็เรียนรู้จากเราและทำตามเรา” แม้แต่การมอบความรักสักเสี้ยวหนึ่งของความรักที่ล้นเหลือของพระองค์ก็สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ ขอให้เราทำตามพระองค์!

เอสเธอร์เป็นตัวอย่างของความรักแบบนี้ ตอนที่ฮามานวางแผนจะทำลาย เข่นฆ่าและถอนรากถอนโคนบรรดาชาวยิว เอสเธอร์นั้นก็ไปเข้าเฝ้าพระราชาโดยที่ไม่รอการถูกเชื้อเชิญก่อนทั้งๆที่เป็นการเสี่ยงชีวิตของเธอ เธอยินดีที่จะสละสิทธิอันสูงส่งของเธอรวมทั้งชีวิตของเธอเองเพื่อที่จะกอบกู้ประชากรของพระเจ้า เมื่อเธอไปเข้าเฝ้าพระราชา เธอกล่าวว่า “หากฉันตายฉันก็ตาย” เธอไม่ได้คิดว่าชีวิตของเธอและสิทธิอังสูงส่งเป็นสิ่งที่เธอจะต้องยึดติด  
เพราะผู้ใดต้องการเอาชีวิตรอดผู้นั้นจะเสียชีวิต แต่ผู้ใดพลีชีวิตเพื่อเราและข่าวประเสริฐผู้นั้นจะได้ชีวิตรอด” (มาระโก 8:35)
คุณอยากจะเห็นพระราชาตัวต่อตัวไหม? รู้เถิดว่ามันจะมีมูลค่าเท่ากับทุกสิ่งและคุณยังจะพบพระองค์ตัวต่อตัวอยู่ไหมถ้าหากมันจะมีมูลค่าเท่ากับความตาย? เอสเธอร์ไปเข้าเฝ้าพระราชาด้วยความตั้งใจเช่นนี้แหละ!

ความรักที่เสียสละ

ความรักที่พระเยซูทรงมีให้แก่คุณคือความรักที่เสียสละ พระองค์ทรงแบ่งปันกับพวกเราว่าเมื่อตอนที่พระองค์ทรงอยู่ในโลกนี้พระองค์ได้ให้ทุกๆสิ่งจนกระทั่งไม่มีอะไรเหลือจะให้ พระองค์ทรงอธิษฐานเผื่อผู้คนและรักษาพวกเขาจนกระทั่งร่างกายของพระองค์หมดแรง พระองค์ทรงมอบเสื้อผ้าที่ควรจะให้ความอบอุ่นแก่พระองค์ พระองค์ทรงมอบอาหารที่พระองค์เองควรจะรับประทาน

ความรักที่เสียสละนั้นให้คนอื่นมาก่อน เป็นความรักที่ยอมชำระมูลค่าเพื่อให้คนอื่นได้มีชีวิต พระเยซูทรงเรียกให้คุณรักในแบบของพระองค์ พระองค์กำลังมองหาคนที่จะยืนในที่ว่างเพื่อโลกที่กำลังตายนี้!

พระเยซูนั้นเปี่ยมล้นไปด้วยความรักเมตตาต่อผู้คนทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นคนบาปหรือผู้เชื่อ เมื่อการเสด็จเยือนเริ่มต้นและจนกระทั่งการฝึกฝนโดยพระองค์สิ้นสุดลง พระองค์พบปะกับเรา 12 คนและครอบครัวของเราเท่านั้น การได้เห็นพระพักตร์นั้นมีราคาที่ต้องจ่าย! มีบางครั้งที่มีคนเข้ามาแวะเวียนอย่างลับๆและเราก็ไม่เคยเห็นพระองค์ปฏิเสธพวกเขาเลย พระองค์จะตรัสว่า “ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัว” และรักพวกเขาด้วยความรักที่มากล้น และก็มีบางโอกาสที่พระองค์จะทรงมอบพระคุณของพระองค์ต่อใครก็ตามในคริสตจักรของเราที่ต้องการจะพูดคุยกับพระองค์ในการพบปะพูดคุยกับพระองค์ และเราก็ได้เห็นว่าองค์พระผู้เป็นเจ้านั้นทรงมีความใจเย็นในการรับฟังคน และทรงตอบคำถามถึงแม้ว่าในความคิดของเราเราคิดว่าคำถามบางข้อนั้นไม่สมควรแก่คำตอบ มีบางคนที่ไม่สัตย์ซื่อหรือยึดมั่นในพระองค์ องค์พระผู้เป็นเจ้าก็ทำให้เขาสำนึกเป็นการส่วนตัวและพระองค์จะไม่ชี้จุดอ่อนของพวกเขาแต่จะชี้เฉพาะข้อดีและชี้นำพวกเขาไปในทางที่ถูก กระนั้นเมื่อใดที่พวกเขาไม่ยอมฟัง พระองค์ก็ไม่กลัวที่จะดุและชี้นำการแก้ไขแก่พวกเขา 

ในเวลาที่มีคนถามคำถามเดิมๆซ้ำๆกันหลายครั้ง องค์พระผู้เป็นเจ้าก็ทรงมีความใจเย็น ใจเย็นมากกว่าจะบรรยาย และตอบพวกเขาด้วยความอ่อนโยน ในบางครั้งที่มีคนถามพระองค์ว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า จุดอ่อนของลูกคืออะไร?” พระองค์ก็จะชี้แต่จุดแข็งของพวกเขา ฉันเคยถามพระองค์ว่าทำไมพระองค์ถึงทำเช่นนั้น และพระองค์ทรงตรัสว่าพระองค์ทรงเป็นจุดแข็งของพวกเขา มีบางครั้งที่มีคนถามพระองค์ว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า ลูกกำลังทำอะไรอยู่?” และถึงแม้มันจะชัดเจนว่าคนเหล่านั้นไม่ได้สัตย์ซื่อต่อพระองค์ พระองค์ก็ยังทรงชี้จุดแข็งของพวกเขาและในเวลาอธิษฐาน พระวิญญาณของพระองค์จะทรงทำให้พวกเขาสำนึกผิด

พระคำขององค์พระผู้เป็นเจ้านั้นแสนหวาน พระองค์ตรัสด้วยความรัก ความรักที่หาไม่มีในโลกนี้
ชื่อที่พระองค์ทรงเรียกคุณนั้นหวานซึ้ง แสนอ่อนโยน แสนนุ่มนวล และโรแมนติกกินใจยิ่งนัก! พระสุรเสียงของพระองค์นั้นหวานกว่าน้ำผึ้ง พระสุรเสียงของพระองค์นั้นโอบล้อมและลูบไล้อย่างอ่อนโยน พระคำของพระองค์นั้นให้ชีวิต ฉันอยากจะให้เราทุกคนได้พบองค์พระผู้เป็นเจ้าตัวต่อตัว แล้วพระองค์ก็ปรารถนาจะพบคุณตัวต่อตัวด้วยนะ พระองค์ตื่นเต้นที่จะได้พบคุณมากกว่าคุณเสียอีก! จงแสวงหาพระองค์อย่างสุดใจ (เยเรมีย์ 29:13)  

องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงสัตย์ซื่อ เมื่อใดที่พระองค์ทรงสัญญาอะไรก็ตาม พระองค์จะทรงกระทำมัน แม้ว่าเราอาจจะลืมไปพระองค์ก็ยังทรงทำสิ่งที่ได้ทรงสัญญาไว้ แต่เราพบว่าเราจะไม่สามารถเข้าใจเวลาของพระองค์ได้เลย
คำว่า ‘อีกไม่ช้า’ ของพระองค์อาจจะเป็นเวลานานหรือสั้นสำหรับเรา คืนวันหนึ่งเมื่อฉันถาม พระองค์ทรงบอกฉันว่า “เจ้าจะรู้ในอีกไม่ช้า” และคำพูดนั้นก็เป็นจริงในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา พระองค์นั้นทรงฉลาดเหนือคำว่าอัจฉริยะ ตัวอย่างเช่น ถ้าหากคุณมาหาพระองค์และอ่านคำถามกว่า 50 คำถามในครั้งเดียว พระองค์จะรออย่างใจเย็นและฟัง เมื่อจบแล้วพระองค์จะทรงตอบ และพระองค์จะไม่หลงลืมแม้แต่คำถามเดียวหรือข้ามคำถามใดๆเลยแม้ว่าพระองค์ไม่ได้ถือสำเนาของคำถามเหล่านั้นก็ตาม พระองค์ได้ทำให้เราอัศจรรย์ใจยิ่งนัก!

เราพบว่าพระองค์เป็นพระเจ้าผู้ทรงอยู่ฝ่ายคุณและไม่เคยต่อต้านคุณ! พระองค์ทรงปกป้องคุณและคนที่เชื่อฟังพระองค์ในการปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระองค์ คุณจะต้องอัศจรรย์ใจกับการที่พระองค์ทรงมีส่วนในชีวิตของคุณและการที่พระวิญญาณของพระองค์ได้กำกับดูแลชีวิตของคุณในทุกวัน เมื่อใดที่เราเอาจริงเอาจังกับตัวเองมากเกินไปและคิดว่าเราล้มเหลวไม่เป็นท่า พระองค์จะเสด็จมาและปลอบใจเรา ทรงยืนกับเรา และแสดงให้เห็นว่าเราได้ทำดีแล้วและบางสิ่งเกิดขึ้นเพราะพระองค์ทรงอนุญาตให้เกิดขึ้น!

พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าที่ทรงรักคุณและปกป้องคุณเสมอ ทรงเป็นพระเจ้าที่อยู่ข้างคุณเสมอ แต่หากใครทำบาป คนคนนั้นจะต้องสำนึกบาปโดยเร็วเพราะความบาปนั้นจะกั้นระหว่างคุณกับพระองค์ คริสตจักรของเรานั้นเร็วที่จะสำนึกบาป และพระองค์ก็ชื่นชมยินดีเป็นอย่างมากเมื่อเราสำนึกบาป บางคืนควรจะเป็นคืนแห่งการเยือนนรกแต่กลับกลายเป็นยืนแห่งการรับขึ้นไปเยือนสวรรค์

ความรักของพระองค์ไม่จดจำความผิด! พระองค์ทรงให้อภัยและลืมมันไป และดำเนินต่อด้วยความรักที่มากล้นราวกับว่าเราไม่เคยทำความผิดเลย

พระเยซูผู้ทรงแบ่งปัน

มีชายสองคนคือโมเสสกับเอลียาห์มาปรากฏกายอย่างเปี่ยมด้วยสง่าราศีและสนทนากับพระเยซู พวกเขาพูดถึงการจากไปของพระองค์ซึ่งพระองค์กำลังจะทำให้สำเร็จที่กรุงเยรูซาเล็ม (ลูกา 9:30-31)

พระเยซูเสด็จมาและแบ่งปันก่อนเวลาเกี่ยวกับภารกิจที่พวกเราจะทำให้สำเร็จในส่วนของคริสตจักรของเราและในส่วนของแต่ละบุคคล และทุกสิ่งก็เกิดขึ้นตามที่พระองค์ได้ทรงทำนายไว้ พระองค์จะพบกับคนที่พระองค์จะนำไปเยือนนรกและพระองค์จะแบ่งปันล่วงหน้าว่าอะไรจะเกิดขึ้น เหมือนกับเวลาที่คุณพูดคุยและแบ่งปันกับเพื่อนที่สนิทที่สุด พระองค์แทบจะรอไม่ได้ที่จะพบและแบ่งปันสิ่งที่อยู่ในพระทัยของพระองค์ พระองค์รักที่จะพูดคุยกับบรรดาคนที่รักพระองค์ พระองค์จะทรงแบ่งปันสิ่งที่เพื่อนสนิทที่สุดเท่านั้นจะแบ่งปันและให้คุณเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่พระองค์กำลังทรงทำ

เวลาที่ฉันมีประชุม พระองค์จะทรงบอกฉันล่วงหน้าและเตรียมพร้อมฉันสำหรับมัน ตั้งแต่แรก พระองค์จะทรงบอกพวกเราบางคนว่าตาฝ่ายวิญญาณของเราจะเปิดอย่างไร สำหรับคนที่จะถูกนำไปเยือนนรกบางครั้งพระองค์จะเสด็จมาและพูดคุยถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น แต่มีหลายครั้งที่พระองค์ไม่ทรงทำเช่นนั้นเพราะพระองค์ประสงค์ให้เราดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อและไม่ใช่ด้วยสิ่งที่มองเห็น

พระเยซูทรงประสงค์ให้คุณรู้ว่าเวลาที่คุณอธิษฐานก่อนจะลงมือทำอะไร พระองค์จะทรงชี้นำและนำทางคุณและให้กลยุทธิ์แก่คุณ พระเยซูทรงเป็นรักที่บริสุทธิ์ อย่าลืมว่าพระองค์รักคุณมากเพียงใด อย่าสงสัยในความรักที่พระองค์ทรงมีต่อคุณ

เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลกจนได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่เชื่อในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศแต่มีชีวิตนิรันดร์ (ยอห์น 3:16)

เช่นนี้เราจึงรู้ว่าความรักคืออะไร คือที่พระเยซูคริสต์ทรงสละพระชนม์ชีพของพระองค์เพื่อเราและเราควรสละชีวิตของเราเพื่อพี่น้อง (1ยอห์น 3:16)

เราเป็นคนเลี้ยงแกะที่ดี คนเลี้ยงที่ดีนั้นยอมพลีชีวิตเพื่อฝูงแกะ (ยอห์น 10:11)

ไม่มีผู้ใดมีความรักยิ่งใหญ่กว่านี้คือ การที่เขายอมสละชีวิตของตนเพื่อมิตรสหายของตนเอง (ยอห์น 15:13)

…ประทานชีวิตของพระองค์เป็นค่าไถ่เพื่อคนเป็นอันมาก (มัธทิว 20:28)

Advertisements