อธิษฐานอย่างพระเยซู (ตอนที่ 2/12) / To Pray Like Jesus (2/12)

ENGLISH VERSION: Click Here

“มาเถิดลูกของเรา มาสร้างความสัมพันธ์กับเรา ให้หัวใจของเจ้าเป็นของเราและมีเพียงเราเท่านั้น ให้สายตาของเจ้ามองมายังเราตลอดเวลา เพราะเราต้องการที่จะสามัคคีธรรมกับเจ้า เพราะว่าการใช้เวลากับที่รักของเรานั้นเป็นสิ่งที่ดวงใจของเรานั้นปรารถนา จงเข้ามายังบัลลังก์แห่งพระคุณและรับเอาพระเมตตา มาร่วมกันกับเราต่อหน้าพระบิดาในการอธิษฐานเผื่อโลกใบนี้ มาพบกันในที่ลับเถิด ในที่ที่ตัดขาดจากโลกภายนอกและมีเพียงเรากับเจ้า! มาเถิดเจ้าสาวของเรา เราต้องการจะอยู่กับเจ้า”

ทราบซึ้งในพระคุณขององค์ราชาของเรา

พระคำของพระเจ้าใน สดุดี 100:4 บอกเราว่า จงเข้าประตูของพระองค์ด้วยการขอบพระคุณและเข้ามาในพระนิเวศของพระองค์ด้วยการสรรเสริญ! จงขอบพระคุณพระองค์และสรรเสริญพระนามของพระองค์

ขณะที่เราดำเนินชีวิตอยู่นั้น เราก็พบกับการดิ้นรนต่อสู้มากมาย วันแต่ละวันของเรานั้นเต็มไปด้วยประสบการณ์ที่หลากหลาย บ้างก็ดี บ้างก็ไม่ค่อยจะดีเท่าไร และเมื่อเราเข้ามาหาองค์พระเจ้าบางครั้งเราก็พลอยแต่จะบอกพระองค์แต่สิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่ ‘องค์พระบิดา พระองค์ก็รู้ว่าวันนี้น่ะเป็นวันที่แย่ พวกเขาปฏิบัติต่อลูกไม่ดีเลย แบบนั้นแบบนี้…’ แต่ข้อพระคัมภีร์ด้านบนนั้นบอกเราว่าวิธีที่จะเข้าสู่การทรงสถิตของพระองค์ที่ดีที่สุดนั้นคือการขอบพระคุณ เวลาที่เราเข้ามาอธิษฐานนั้นเป็นเวลาแห่งการสร้างความสัมพันธ์กับองค์พระผู้เป็นเจ้า มันเป็นเวลาที่เราจะพบกับองค์ราชันย์ การขอบพระคุณนั้นเป็นการเปิดหัวใจของเราให้เชื่อมต่อกับองค์พระผู้เป็นเจ้า ซึ่งไม่ว่าเราจะอยู่ในสถานการณ์ไหน มันก็ยังคงมีเหตุผลที่จะขอบพระคุณขององค์ และนี่เป็นทัศนคติที่เราต้องมีตลอดเวลา ซึ่งเป็นสิ่งที่องค์พระบิดาทรงพอพระทัย

แน่นอน เรามีเหตุผลเพียงพอที่จะขอบพระคุณพระองค์ ถึงแม้ว่าวันของเราอาจจะแย่ราวกับนรกก็ตาม สรรเสริญพระนามอันบริสุทธิ์ของพระองค์ที่พระองค์ทรงให้เราใช้เวลาร่วมกับพระองค์ โอ้ สรรเสริญพระนามขององค์พระบิดาในสวรรค์!

พระเยซูทรงสอนสาวกของพระองค์ให้อธิษฐานในข้อพระคัมภีร์นี้:

“ฉะนั้น ท่านควรจะอธิษฐานดังนี้ว่า
“ ‘ข้าแต่พระบิดาของข้าพระองค์ทั้งหลายผู้สถิตในสวรรค์
ขอให้พระนามของพระองค์เป็นที่เทิดทูนสักการะ
ขอให้อาณาจักรของพระองค์ได้รับการสถาปนาไว้
ขอให้พระประสงค์ของพระองค์สำเร็จในโลกเช่นเดียวกับในสวรรค์
ขอโปรดประทานอาหารประจำวันแก่ข้าพระองค์ทั้งหลายในวันนี้
ขอทรงยกหนี้ให้ข้าพระองค์ทั้งหลาย
เหมือนที่ข้าพระองค์ทั้งหลายได้ยกหนี้ให้ผู้ที่เป็นหนี้ข้าพระองค์ทั้งหลายเช่นกัน
และขออย่าให้ข้าพระองค์ทั้งหลายล้มลงเมื่อถูกทดลอง
แต่ขอทรงช่วยข้าพระองค์ทั้งหลายให้พ้นจากมารร้าย’

(มัทธิว 6:9-13)

1966864_601929123232658_59581440_n

ความสะอาดของหัวใจ

ความบาปแยกเราไปจากพระเจ้า เพื่อที่เราจะสร้างความสัมพันธ์กับพระเจ้าและเพื่อที่เราจะสามารถได้ยินพระองค์โดยไม่มีเสียงใดๆมาปะปน เราจะต้องสำนึกบาปด้วยใจจริงเมื่อเราเข้ามาในการทรงสถิตของพระองค์ ขอให้เราคำนึงถึง มัทธิว 5:24 “จงละเครื่องบูชาไว้ที่หน้าแท่นแล้วไปคืนดีกับพี่น้องก่อน จึงค่อยกลับมาถวายเครื่องบูชา”

เราจะเห็นได้ว่าการเข้ามาพบกับองค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยหัวใจที่ชอกช้ำและสำนึกผิดนั้นเป็นสิ่งสำคัญ การสำนึกผิดที่เรามีข้อแก้ตัวสำหรับบาปที่ทำนั้นไม่เป็นที่ยอมรับสำหรับองค์พระผู้เป็นเจ้า ขณะที่เรากำลังสำนึกผิดนั้นเราจะต้องตรวจตราหัวใจของเราอย่างถี่ถ้วนเพื่อที่จะขับเอาการถือสาไม่ให้อภัยออกไปให้หมด ครั้งหนึ่งเมื่อมีการพบกับองค์พระเยซูแบบต่อหน้า พระองค์ทรงสอนฉันเกี่ยวกับการให้อภัยว่า “มันเป็นการที่เจ้ารักโดยไม่มีเงื่อนไข เป็นการที่เจ้าไม่จดจำความผิด เป็นการที่เจ้าไม่มีความโกรธเคืองใดๆ การให้อภัยนั้นเป็นการรักโดยคำนึงถึงผู้อื่นก่อน เป็นการให้ เป็นการไม่ระงับความใจกว้างไว้ เป็นการที่เจ้าอ้าแขนรับแม้กระทั่งเข้าจะทิ่มแทงเจ้า แม้กระทั่งเขาจะเฆี่ยนเจ้าถึง 39 ครั้ง และตรึงเจ้ากับไม้กางเขน การให้อภัยนั้นคือการรักไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม และพร้อมที่จะรับเขากลับมาเสมอด้วยความเต็มใจ คือการไม่ถือความใดๆในใจ”

ขอให้พระอาณาจักรของพระองค์ได้รับการสถาปนาไว้

เมื่อเรานำหัวใจของเรามาอธิษฐาน เราต้องมีทัศนคติที่ถึงคำนึงถึงพระอาณาจักรเป็นหลัก เช่นเดียวกับในสวรรค์…ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอให้เป็นดังเช่นที่ข้าพระองค์อธิษฐาน เรารู้กันดีว่าในสวรรค์นั้นไม่มีใครหลับไหล ผู้คนในสวรรค์นั้นเป็นวิญญาณที่ไม่ต้องหลับพักผ่อน เป้าหมายของเราคือการทำให้คำอธิษฐานนั้นขึ้นไปถึงสวรรค์ อะไรก็ตามที่ขวางกั้นเราจะต้องขจัดออกไป ความคิดหมกมุ่นต่างๆจะต้องถูกขจัดออกไป ในโลกเช่นเดียวกับในสวรรค์ เมื่อเรามาอธิษฐาน จงดิ้นรนต่อสู้เพื่อพระอาณาจักรของพระองค์ ในสวรรค์นั้นบรรดาผู้เชื่อได้เห็นพระสิริของพระองค์ มีทูตสวรรค์อยู่เต็มไปหมด การสรรเสริญนั้นดังกังวาลไปทั่ว และอีกมากมาย… ในโลกเช่นเดียวกับในสวรรค์ ให้สิ่งนี้เป็นเป้าหมายสำหรับการเข้ามาในการทรงสถิตของพระองค์ มันอาจจะใช้เวลาหน่อยในช่วงแรก แต่เมื่อเราพยายามดันเข้าไปในการทรงสถิตของพระองค์ เนื้อหนังของเราจะตายลงและจิตวิญญาณของเราจะเติบขึ้น
เราจำเป็นต้องมีสมาธิ เราจำเป็นต้องต่อสู้เพื่อที่จะไม่หันเหความสนใจไปสิ่งอื่น อย่าลืมว่ามารนั้นไม่ต้องการให้เราอธิษฐาน ทำไมน่ะหรือ? ก็เพราะว่าเมื่อเราเอาสวรรค์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แผนการของมันนั้นก็ถูกทำลายลง คนทั่วโลกที่มันจับไว้ภายใต้พันธนาการก็ได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระ โซ่ตรวนก็ถูกทำลาย แอกก็ถูกยกออก ฉะนั้นเราจึงเห็นว่ามีการต่อสู้เกิดขึ้นเพื่อที่จะสกัดกั้นเราไม่ให้อธิษฐาน เราจำเป็นต้องเตรียมตัวก่อนที่จะอธิษฐานเพื่อให่เวลาของการอธิษฐานนั้นเป็นเวลาที่แยกไว้เพื่อเป็นของพระเจ้า นี่เองเป็นเหตุผลที่ในข้อ 13 นั้นเราจึงอธิษฐานให้พระเจ้าทรงช่วยเราจากมารร้ายและทรงอย่าให้เราล้มลงเมื่อถูกทดลอง

เราสามารถทำทุกสิ่งได้ผ่านทางพระเยซูผู้ทรงมอบกำลังให้แก่เรา ฮาเลลูยา!

ขอให้พระประสงค์ของพระองค์สำเร็จ

คำอธิษฐานที่เคลื่อนภูเขาเป็นคำอธิษฐานที่อยู่ภายใต้พระประสงค์ของพระเจ้า นั้นเองเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมการอธิษฐานด้วยภาษาแปลกๆนั้นสำคัญนัก เพราะนั่นเป็นการที่พระวิญญาณของพระเจ้านั้นอธิษฐานเผื่อเรา พระองค์ทรงรู้ความลับแห่งพระอาณาจักร เมื่อเรามุ่งเน้นความสนใจไปยังองค์พระผู้เป็นเจ้าและเป็นหนึ่งเดียวในใจกับพระองค์ สถานการณ์ต่างๆที่คุณไม่ได้คิดถึงเองจะเข้ามาให้หัว พระเจ้าอาจจะทรงนำคนบางคนเข้ามาในใจเรา เมื่อนั้นเราสามารถอธิษฐานตามที่พระองค์ทรงนำ นี่ถือเป็นเรื่องสำคัญมากที่คุณควรจะเข้าใจ เพราะคำอธิษฐานที่อยู่นอกเหนือจากพระประสงค์ของพระเจ้านั้นจะไม่สัมฤทธิ์ผลมากเอาเสียเลย ฉันได้เห็นพระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานภายในไม่กี่นาทีหรือไม่ก็ไม่กี่วินาที! แต่ที่แน่ๆก็คือคำอธิษฐานเหล่านั้นเป็นไปตามพระประสงค์ของพระองค์

มีอยู่ครั้งหนึ่ง ขณะที่เรานั่งลงพูดคุยกับองค์พระผู้เป็นเจ้า ใช้เวลาแบบครอบครัวกับพระองค์ ใครคนหนึ่งในพวกเราก็ถามพระองค์ว่า “อับบา เมื่อคืนนี้ลูกตื่นขึ้นมากลางดึกและไม่สามารถกลับไปนอนได้ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?”
อับบาทรงตอบว่า “นั่นเป็นเพราะว่าเราประสงค์ให้เจ้าอธิษฐานเผื่อในเวลานั้น เมื่อเราปลุกเจ้าให้ตื่นจงอธิษฐานจนกว่าเจ้าจะผลอยหลับ จนกว่าที่ภาระใจนั้นจะถูกยกออกไป”

มีบางครั้งที่พระองค์ทรงปลุกคุณให้ตื่นขึ้นกลางดึก เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ให้คุณตอบการทรงเรียกของพระองค์และลุกขึ้นมาอธิษฐานเพราะในเวลานั้นพระองค์ทรงต้องการคุณ ส่วนใหญ่เรามักอยากจะกลับไปนอนและหลับตาลง โอย นี่มันตีสองแล้วข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตีสี่ครึ่ง ข้าพระองค์ยังเหลือเวลาอีก 2 ชั่วโมงแน่ะ! สิ่งที่เราไม่รู้ก็คือพระองค์ทรงต้องการเราในเวลานั้นและการเจิมสำหรับการอธิษฐานนั้นอยู่ที่นั่นในเวลานั้น เหตุการณ์แบบนี้ก็เกิดขึ้นกับฉันเหมือนกัน เวลาที่ฉันเมินเฉยต่อการทรงเรียกและหลับต่อ ถึงแม้ว่าฉันจะตื่นมาภายหลัง ฉันก็พบว่าฉันพลาดเวลาที่ควรจะอธิษฐานและการอธิษฐานนั้นก็ไม่เป็นไปด้วยดี
เราต้องเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นจะทำตามพระประสงค์ของพระองค์ตลอดเวลา การรับใช้พระองค์นั้นเป็นการตายต่อเนื้อหนัง ขอให้เราบอกปฏิเสธต่อความต้องการของเราและให้พระประสงค์ของพระองค์นั้นสำเร็จ ขอให้เราเป็นคนที่พร้อมเสมอที่จะบอกว่า “ได้เลยนายท่าน! เมื่อไรก็ตาม ไม่ว่าจะสถานการณ์ไหน!

บรรดาพี่น้องที่รัก ฉันขอหนุนใจให้ท่านทั้งหลายสร้างความสัมพันธ์กับพระเจ้าผ่านทางการอธิษฐาน อย่าปิดกั้นตัวเองแต่จงมอบทุกสิ่งที่มีให้กับมัน จงอธิษฐานและอธิษฐานสุดกำลัง เมื่อพระประสงค์ของพระองค์สำเร็จผ่านทางการวิงวอนของคุณ อย่าลืมว่าพระองค์จะทรงดูแลและประทานทุกสิ่งที่จำเป็นต่อคุณ พระองค์จะประทานอาหารประจำวันแก่คุณ พระองค์ทรงเป็นพระบิดาที่ดียิ่ง และทรงรักคุณเกินกว่าจะมีคำบรรยาย
มัทธิว 6:33 บอกให้เราแสวงหาพระอาณาจักรของพระองค์และความชอบธรรมก่อน และพระองค์จะทรงเติมสิ่งทั้งปวงเหล่านี้ให้

พี่น้องที่รัก อย่าเหนื่อยล้าเพราะว่าตอนจบนั้นจะเปี่ยมด้วยพระสิริ! เพราะว่าพระอาณาจักรและพระสิริเป็นของพระองค์ชั่วนิจนิรันดร์และนิรันดร์!!! จงเสริมสร้างกล้ามเนื้อฝ่ายวิญญาณของคุณ ให้เราประสงค์ที่จะเติบโตในพระฉายของพระองค์ในทุกๆวัน เพราะว่าเราเป็นประชากรที่จะปกครองร่วมกับพระองค์! จงส่องสว่างเพื่อพระองค์ในตอนนี้และอย่าให้อะไรมาขัดขวางคุณได้

อ่านตอนที่ 3: คลิกที่นี่

Advertisements