อธิษฐานอย่างพระเยซู (ตอนที่ 1/12) / To Pray Like Jesus (1/12)

ENGLISH VERSION: Click Here

องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับฉันว่า “เราต้องการให้เจ้าสอนบรรดาลูกๆของเราและส่วนตัวเจ้าเองก็ขอให้เรียนรู้ด้วย ถึงการอธิษฐานด้วยทุกสิ่งในเจ้า ด้วยกระดูกทุกชิ้น ด้วยทุกโมเลกุล ด้วยทุกเซล จนกระทั่งเสียงและเส้นเสียงของเจ้านั้นสั่นคลอนอย่างรุนแรง”

พระเยซูได้ทรงสอนฉันให้เรียนรู้ชีวิตของพระองค์เพื่อให้เห็นถึงสิ่งที่พระองค์ทรงปฏิบัติและปฏิบัติตามอย่างพระองค์ และด้วยเหตุนี้เองฉันจึงขอต่อพระองค์ “องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอทรงโปรดเจิมพวกเราและสอนพวกเราให้อธิษฐานเหมือนพระองค์”

องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงเริ่มสอนฉันและทีมเรื่องการอธิษฐานเป็นการส่วนพระองค์ และจนกระทั่งทุกวันนี้พวกเราก็ยังเรียนรู้อยู่ พระองค์ได้ดตรัสว่า “การเติบโตในเราของเจ้านั้นไม่มีวันสิ้นสุดตราบจนชั่วนิจนิรันดร์ โดยเจ้าจะเติบโตจากพระสิริสู่พระสิริ” พระองค์ตรัสว่าการเจิมสำหรับการอธิษฐานดังเช่นพระองค์นั้นจะมา และพระองค์จะทรงมอบให้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน

prayerrequest

มีอาวุธที่ขาดไม่ได้สองชิ้นที่ฉันต้องถือติดตัวตลอดเวลาซึ่งก็คือ พระคำของพระองค์ และ การอธิษฐาน โดยทั้งสองสิ่งนี้จะต้องดำเนินไปด้วยกัน ซึ่งก็คือการปฏิบัติตามพระคำของพระเจ้าและการอธิษฐาน คำอธิษฐานของผู้ที่ความชอบธรรมนั้นจะสัมฤิทธิ์ผลมาก

การอธิษฐานคือชีวิต คืออาหารประจำวันฝ่ายวิญญาณของพวกเราซึ่งจะให้พละกำลังแก่การก้าวเดินไปกับพระเจ้าเช่นเดียวกับที่อาหารที่เรารับประทานนั้นให้พละกำลังแก่ร่างกายของเรา เมื่อเราอธิษฐานสายใยเชื่อมต่อระหว่างเรากับพระเจ้าจะถูกสร้างขึ้น และสิ่งที่น่าตื่นเต้นก็คือเราสามารถเลือกได้ว่าเราต้องการให้ความสัมพันธ์นั้นแข็งแกร่งเพียงใด ถ้าหากเราอธิษฐานอย่างขยันขันแข็ง เราก็จะมีความสุขไปกับการได้ใกล้ชิดกับพระเจ้า ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเพื่อนของเรา เพื่อนร่วมงาน หรือญาติของเรา ไม่ว่าเขาจะสนิทสนมใกล้ชิดกับเราเพียงใด ถ้าหากเราเลิกพูดคุยกับเขา เขาก็จะกลายเป็นคนแปลกหน้าไปในที่สุด ฉะนั้นแล้วจงอธิษฐานและสนิทสนมใกล้ชิดกับพระเจ้าอย่างต่อเนื่อง องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงสอนฉันว่าการอธิษฐานนั้นเป็นสิ่งที่ต้องกระทำทุกวัน หลายๆครั้งต่อวัน ด้วยเหตุนี้เองฉันจึงร้องเรียกพระนามพระเยซูหลายครั้งต่อวันแม้กระทั่งเวลาที่ฉันนอนหลับ ในช่วงเวลาที่ได้รับการเจิม เราก็ต้องอธิษฐานอย่างต่อเนื่องมากเท่าที่เราจะทำได้ ในอพยพ 30:7-8 องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า “จะเผาเครื่องหอมบนแท่นนั้นเป็นเครื่องหอมเสมอไปเฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์ ตลอดชั่วชาติพันธุ์ของเจ้า” จงอธิษฐานอย่างต่อเนื่องไม่มีหยุด เครื่องเทศที่ใช้เป็นเครื่องหอมคือ: stacte, onycha, galbanum และ frankincense (กำยาน) โดยกำยานนั้นสื่อถึงการคร่ำครวญของพระวิญญาณบริสุทธิ์ เป็นการร้องไห้อย่างหนักและหลั่งน้ำตาซึ่งหมายถึงการที่คำอธิษฐานนั้นได้ขึ้นไปถึงพระบังลังก์ขององค์พระเจ้า (อพยพ 30:7-8, 34-38) เพื่อความเข้าใจที่ลึกซึ้งมากขึ้น คุณสามารถศึกษาเกี่ยวกับเครื่องหอมนี้เพิ่มเติม

การอธิษฐานที่องค์พระผู้เป็นเจ้าได้สอนฉันนั้นมีหลายแบบ: การอธิษฐานต่อสู้สงครามฝ่ายวิญญาณ การอธิษฐานเผื่อ การวิงวอนและการอ้อนวอน การอธิษฐานเพื่อต่อสู้หรือสู้รบ การอธิษฐานโดยการคิดไตร่ตรองและสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดพระเจ้า และอื่นๆอีกมากมาย หากจะต้องเอ่ยถึงทั้งหมดก็คงจะต้องเขียนเป็นหนังสือสักเล่ม แต่สำหรับบทความนี้ ฉันขอกล่าวสั้นๆเกี่ยวกับการอธิษฐานต่อสู้สงครามฝ่ายวิญญาณและการอธิษฐานเผื่อ

การอธิษฐานต่อสู้สงครามฝ่ายวิญญาณและการอธิษฐานเผื่อ

เนื้อหนังของเรานั้นไม่ชอบที่จะอธิษฐาน ฉะนั้นเราจึงไม่สามารถอธิษฐานได้หากเราให้เนื้อหนังของเราเป็นเครื่องชี้นำ ถ้าหากเราทำเช่นนั้นล่ะก็ คำตอบที่เราจะได้จากเนื้อหนังก็คือ “ฉันเหนื่อยแล้ว ฉันรู้สึกแย่ ฉันอยากจะพัก ขอฉันงีบหลับสักไม่กี่นาทีเถอะ…” จิตวิญญาณนั้นยินดีที่จะทำแต่ว่าเนื้อหนังนั้นอ่อนแอ! ฉะนั้นจงให้จิตวิญญาณเป็นตัวชี้นำเนื้อหนัง! เพราะเหตุนี้ องค์พระผู้เป็นเจ้าจึงสอนฉันให้พยายามอย่างสุดความสามารถในการอธิษฐานไม่ว่าฉันจะรู้สึกอย่างไร เมื่อเราทำเช่นนี้แล้ว เราก็จะรู้ว่าอันที่จริงนั้นจิตวิญญาณของเรานี่เองที่เป็นคนอธิษฐาน เพราะจิตวิญญาณของเราไม่เคยเหนื่อยล้าเลย! เมื่อเราเริ่มต้นอธิษฐาน เราควรจะเอ่ยในใจว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์จะแสวงหาพระองค์อย่างสุดดวงใจ” เมื่อเราอธิษฐานเช่นนั้น องค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงเสริมกำลังกายของเราและมอบพละกำลังให้แก่เรา และเมื่อใดก็ตามที่เราจำเป็นจะต้องพัก องค์พระผู้เป็นเจ้าจะให้เราพัก ฮาเลลูยา!

tumblr_ni3nqs6qKk1s08950o2_500

การเตรียมพร้อมก่อนการอธิษฐาน

การอธิษฐานนั้นเป็นอาวุธทำลายล้างต่อมารซาตาน ซาตานนั้นเกลียดชังการอธิษฐานและมันจะไม่ยอมปล่อยให้เราไปอธิษฐานแบบสบายๆ แม้ว่าเราได้เอาชนะและเริ่มอธิษฐาน ถึงแม้ว่ามันจะรู้อยู่แก่ใจว่ามันจะพ่ายแพ้มันก็ยังจะปรากฏตัวอยู่ดี มันคิดว่า “ใครจะไปรู้ล่ะ บางทีข้าอาจจะเอาชนะคนพวกนั้นได้ก็ได้” เมื่อเราเริ่มอธิษฐานอย่างทรงพลัง มันอาจจะไม่มาปรากฏตัวในทันทีแต่มันจะรอจังหวะที่เหมาะแล้วเริ่มก่อกวนด้วยความคิดที่หมกมุ่นกับสิ่งอื่น ในกรณีนี้หลายครั้งฉันเอาชนะมันด้วยการเอ่ยข้อพระคัมภีร์เช่น “ระแวดระวังและอธิษฐานต่อไป” เมื่อฉันเตือนตัวเองเช่นนั้นและตั้งใจในการระแวดระวัง ซาตานก็ไม่สามารถเข้ามาได้

ขณะที่เราเตรียมพร้อมที่จะอธิษฐาน ซาตานนั้นก็เตรียมพร้อมที่จะจู่โจมด้วยสงครามหลายรูปแบบและด้วยความคิดหมกมุ่น ฉะนั้นเป็นเรื่องสำคัญมากที่เราจะเตรียมหัวใจก่อนที่จะอธิษฐาน:

  • สำนึกบาปอย่างถี่ถ้วน
  • สวมใส่ยุทธพันธ์ของพระเจ้า (ดูคำอธิษฐานสำหรับการสวมใส่ยุทธพันธ์ของพระเจ้า คลิกที่นี่)
  • ทำให้มารซาตานตาบอดและขับมันออกไป (จำเป็นต้องทำเข่นนี้ตลอดการอธิษฐาน)
  • นมัสการด้วยความปิติยินดี ด้วยการสรรเสริญ การเคารพบูชา และด้วยการขอบพระคุณ
  • คอยเตื่อนตัวเองเสมอว่าฉันมาทำอะไรที่นี่ ซึ่งก็คือเพื่อที่จะอธิษฐานและไม่หมกมุ่นกับสิ่งอื่น เตือนตัวเอง สมอง และทุกๆสิ่งในตัวเราว่า “ฟังนะ พวกเรามาอยู่ที่นี่เพื่อที่จะอธิษฐาน เราไม่ได้มาเล่นเกมส์”
  • มีความตั้งใจที่จะเชื่อมหัวใจเรากับพระหทัยของพระเจ้า
  • มุ่งความสนใจไปยังพระเยซู
  • คิดถึงแต่พระเยซูในใจ เมื่อเราคิดถึงเรื่องอื่นหรือสิ่งอื่นข้อมูลของมันจะถูกดาวน์โหลดเข้ามาในความคิดของเรา ให้พระเยซูและพระองค์เท่านั้นอยู่ในความคิดของเรา
  • เตือนตัวเองถึงสิ่งเหล่านี้อยู่เสมอ

ความคิดหมกมุ่นระหว่างการอธิษฐาน

จากการที่ฉันได้อธิษฐานอยู่นานหลายปี ฉันก็ได้พบว่าหลายครั้งมันไม่ได้เป็นเพราะว่าเราไม่ได้อธิษฐานแต่เป็นเพราะความไม่เอาใจใส่มากกว่า คำอธิษฐานส่วนมากนั้นเกิดขึ้นขณะที่ความคิดนั้นไม่อยู่กับเนื้อกับตัว หมกมุ่นอยู่กับสิ่งอื่น องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงสอนฉันให้ควบคุมความคิดของตัวเอง

ความคิดที่หมกมุ่นนั้นเป็นกำแพงที่กั้นระหว่างเรากับองค์พระผู้เป็นเจ้าและมันจะทำให้เราห่างออกไปจากพระองค์เรื่อยๆ เราจำเป็นต้องยืนหยัดอย่างเข้มแข็ง ใช้กลยุทธิ์ที่สร้างสรรในการเอาชนะความคิดหมกมุ่นนั้น:

  • ไม่มีใครสามารถอธิษฐานและเชื่อมต่อกับพระเจ้าได้ถ้าหากมารซาตานนั้นบงการอยู่
  • ฉะนั้นจงผูกมารซาตานและขับมันออกไปในพระนามของพระเยซู
  • คิดถึงข้อพระคัมภีร์ในความคิด
  • ขณะที่กำลังอธิษฐานด้วยภาษาแปลกๆ ใช้จินตนาการนึกถึงองค์พระผู้เป็นเจ้าและสิ่งต่างๆในสวรรค์
  • ระวังการฝันกลางวัน การออกไปท่องเที่ยวในจินตนาการที่ไม่ได้รับการอนุญาตจากองค์พระผู้เป็นเจ้า
  • ผูกวิญญาณแห่งการหลงลืมที่เข้ามาเพื่อลักขโมยทำให้เราลืมที่จะจดจ่อไปที่องค์พระผู้เป็นเจ้า
  • ออกเสียงอธิษฐานให้ดังกว่าเสียงต่างๆที่อยู่ในความคิด

อธิษฐานอย่างเอาจริงเอาจัง

พระเยซูทรงเป็นทุกข์ยิ่งนัก พระองค์ทรงอธิษฐานอย่างจริงจังยิ่งขึ้น และเหงื่อเหมือนเลือดหยดลงที่พื้น (ลูกา 22:24)

องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสถามฉันว่า “เจ้ากำลังอธิษฐานอย่างเอาจริงเอาจังสุดหัวใจและสุดกำลังหรือเปล่า? เจ้ากำลังอธิษฐานอย่างเต็มที่หรือเปล่า?” พระองค์ตรัสว่า “ด้วยเวลาที่เหลืออยู่ไม่มาก จงอธิษฐาน เชื่อมดวงใจของเจ้ากับดวงใจของเรา เจ้านั้นรู้ถึงความแตกต่างระหว่างจิตใจที่ล่องลอยกับจิดใจที่ไม่ได้มุ่งความสนใจมาที่เรา การอธิษฐานให้มากขึ้นหมายถึงการที่เจ้ามุ่งเน้นความสนใจมายังเราอย่างเต็มที่ อธิษฐานด้วยการทุ่มเททั้งใจแก่เรา เข้ามาสนิทสนมในเรา”

จำไว้ว่าองค์พระผู้เป็นเจ้านั้นทรงสถิตอยู่ในขณะที่คุณอธิษฐาน องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสว่า “เราอยู่ห่างจากเจ้าเพียงไม่กี่นิ้วเมื่อเจ้าเข้ามาหาเราในการอธิษฐาน” เมื่อใดที่ฉันอธิษฐาน มันช่วยได้มากที่จะระลึกไว้ว่าพระองค์ทรงสถิตอยู่ที่นั่น ฉันไม่อยากที่จะอธิษฐานแบบอ่อนกำลังต่อพระองค์ผู้ทรงอยู่ใกล้ฉัน ฉันไม่อยากจะเดินออกจากห้องด้วยความคิดของฉันแล้วออกไปที่อื่น ซึ่งจะเป็นการทำให้องค์ราชาเหนือราชาได้ผิดหวัง

ความคิดหมกมุ่นนั้นจะเข้ามาเสมอ แต่ว่าคุณสามารถเอาชนะมันได้โดยการอธิษฐานอย่างเข้มแข็ง ด้วยความตั้งใจในใจ และเอ่ยข้อพระคัมภีร์ในใจซ้ำๆหลายครั้งในขณะที่คุณกำลังอธิษฐาน

องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงบอกให้ฉันอธิษฐานให้มากขึ้น

ในระหว่างที่พระเยซูทรงอยู่ในโลก พระองค์ได้ถวายคำอธิษฐานและคำร้องทูลอ้อนวอนด้วยเสียงอันดังและด้วยน้ำตาไหลต่อพระเจ้าผู้ทรงสามารถช่วยพระองค์จากความตาย และพระเจ้าทรงสดับเพราะพระเยซูทรงยอมเชื่อฟังพระเจ้าด้วยความยำเกรง (ฮีบรู 5:7)

อธิษฐานมากขึ้นอย่างไร

ฉันเคยอยากจะรู้ว่าการอธิษฐานมากขึ้นนั้นหมายความว่าฉันต้องอธิษฐานนานขึ้นหรือไม่ องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดนั้นไม่ใช่เวลาแต่เป็นการเชื่อมต่อดวงใจของเรากับดวงใจของพระองค์ ราวกับว่าความคิดจิตใจของเราได้ผูกติดไว้กับของความคิดจิตใจของพระองค์ด้วยเชือกที่แข็งแกร่ง จะดีอะไรหากเราอธิษฐานเป็นเวลาถึง 3 ชั่วโมงในขณะที่ความคิดของเรานั้นหมกมุ่นอยู่ตลอดเวลา นั่นคงไม่ใช่การอธิษฐานที่เป็นที่พอพึงใจสำหรับพระองค์ องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า “เราต้องการหัวใจมากกว่าเวลา เราต้องการให้เจ้าสอนบรรดาลูกๆของเราและเจ้าเองก็เรียนรู้ด้วย เกี่ยวกับการอธิษฐานด้วยทุกสิ่งในเจ้า ด้วยกระดูกทุกชิ้น ด้วยทุกโมเลกุล จนกระทั่งเสียงของเจ้านั้นสั่นคลอนอย่างหนัก” สำหรับการใคร่ครวญและรอคอยองค์พระผู้เป็นเจ้าหรือเวลาที่คุณไม่สามารถอธิษฐานเสียงดังได้ องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า “เราต้องการให้บรรดาลูกๆของเราอธิษฐานด้วยทุกสิ่ง ไม่ว่าพวกเขาจะสรรหาคำมากล่าวได้หรือไม่ ไม่ว่าพวกเขาจะต้องการร้องไห้หรือไม่ จงบอกพวกเขาให้ร้องเรียกหาเรา”

ฉะนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงสอนฉันให้อธิษฐานด้วยการร้องไห้เสียงดัง

10898236_387714634738624_7473527294657502212_n

องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงบอกให้ฉันและทีมอธิษฐานร่วมกันทุกวันและอธิษฐานตลอดคืนในบางวัน องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ให้ตารางเวลาที่เหมาะสมกับเราเพื่อให้คนที่ทำงานไม่พลาดการอธิษฐาน องค์พระผู้เป็นเจ้านั้นช่างประเสริฐ! สรรเสริญพระนามอันบริสุทธิ์ของพระองค์! ฮาเลลูยา!
ฉันยังคงมีเวลาอธิษฐานส่วนตัวแต่เวลาอธิษฐานที่ดีที่สุดนั้นคือเวลาอธิษฐานเป็นกลุ่ม นั่นเองที่เป็นเวลาที่เราได้รับพลังมากกว่า ได้ต่อสู้สงครามจำนวนมากและได้รับชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ เป็นเวลาที่การทรงเสด็จเยือนเริ่มต้นขึ้นและเป็นสถานที่ที่การอัศจรรย์หลายอย่างเกิดขึ้น

การร้องขอ

เราจำเป็นต้องอธิษฐานด้วยความเชื่อ องค์พระผู้เป็นเจ้านั้นทรงสถิตอยู่ที่นั่นขณะที่เรากำลังอธิษฐาน ถ้าแม้แต่เพื่อนของเรายังตอบรับคำขอของเรา ถ้าแม้แต่คนที่เป็นคนชั่วยังรู้จักการให้ของขวัญที่ดี แล้วองค์พระบิดาล่ะ ท่านจะไม่ทรงให้สิ่งที่ดีงามต่างๆโดยไม่คิดค่าตอบแทนหรอกหรือ?

คืนหนึ่งองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงสดับฟังทุกคำขอของฉัน ฉันมีรายการอธิษฐานขอยาวเหยียดแต่ในตอนสุดท้ายนั้นพระองค์ก็ทรงตอบคำขอทั้งหมดแม้กระทั่งคำขอเล็กๆน้อยๆที่ฉันได้ขอไว้ในคืนนั้น ฉันนั้นประหลาดใจอย่างยิ่งที่เรามักจะขอเพียงนิดเดียว คืนนั้นนั่นเององค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงสอนให้ฉันเลิกที่จะสงสัยพระองค์ ให้ขับไล่ความสงสัยและความไม่เชื่อออกไปให้หมด เมื่อฉันอยู่ในพระประสงค์ของพระอยู่ พระองค์จะทรงตอบคำขอทุกอย่าง (1 ยอห์น 5:14) เมื่อเราแสวงหาพระอาณาจักรของพระเจ้าและความชอบธรรมของพระองค์ ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะตามมา

ฉันได้เห็นพลังแห่งการอธิษฐานกับตา แล้วทำไมฉันต้องสงสัยด้วยล่ะ? ฉันได้เห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานโดยการทรงทำการอัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่ท่ามกลางพวกเรา! ฉันได้เห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงให้ข้อมูลที่ไม่มีใครรู้หรือไม่มีใครจะให้ได้  ฉันได้เห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าชุบชีวิตคนตายขึ้นมาท่ามกลางพวกเรา ไม่ใช่แค่ครั้งเดียวแต่หลายครั้ง ฉันได้เห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเคลื่อนภูเขา ภายในไม่กี่สัปดาห์หรือเดือนนั้น

  • ฉันเห็นฝูงชนจำนวนมากรายล้อมนักมายากลที่กำลังทำให้พวกเขาตื่นตาตื่นใจไปกับกลลวงของเขาตรงข้ามกับเวทีเคลื่อนที่ได้ที่เราใช้สำหรับการนมัสการพระเยซู พวกเราทั้งหมดจึงรวมตัวกันโดยเร็วและร่วมกันอธิษฐาน เพียงไม่กี่วินาทีหลังจากการอธิษฐานฝูงชนก็แยกย้ายไปกันหมด และในเย็นวันนั้นองค์พระเยซูก็ได้รับการนมัสการโดยไม่มีคู่แข่งใดๆและพระเจ้าก็ได้รับพระเกียรติสิริแต่เพียงผู้เดียว พวกเรานั้นทำการประกาศบนถนนบ่อยๆและได้เห็นการอัศจรรย์เช่นนี้เกิดขึ้นอยู่เสมอ
  • หลายครั้งเวลาที่เรามาทำพันธกิจของพระเจ้า ในที่นั้นมีกลุ่มนักบวชฮินดูอยู่ พวกเขานั้นแจกจ่ายใบประกาศของพวกเขาไปทั่ว เชื้อเชิญผู้คนให้หลงผิด พวกเราจึงอธิษฐานร่วมกันและทันทีที่ลืมตาขึ้นก็เห็นพวกเขารีบเก็บข้าวของแยกย้ายไปกันหมด
  • การล้อมวงเต้นรำในพระวิญญานนั้นนำการทรงสถิตขององค์พระผู้เป็นเจ้ามายังถนน และเราก็เห็นมารส่งตัวแทนของมันให้เดินฝ่ากลุ่มของเราเพื่อที่จะทำลายความศักดิ์สิทธิ์ ทันที่ที่พวกเราเห็นเช่นนั้นพวกเราก็เริ่มยกมือและเสียงขึ้นสู่สวรรค์และร้องเรียกพระเจ้า “โอ้ ข้าแต่พระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ นี่เป็นอณาเขตของพระองค์ ขออย่าให้ใครมาทำลายความศักดิ์สิทธิ์ ใครก็ตามที่เข้ามาในวงนี้นอกเสียจากมาเพื่อถวายพระสิริแด่พระองค์ ขอให้พระองค์ทรงจับกุมเขาด้วยพระโลหิตของพระเยซู!” หลายครั้งที่เราเห็นผู้คนเปลี่ยนแปลงในทันที แม้กระทั่งใจที่แข็งกระด้างก็ละลายต่อหน้าพระเจ้า

องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า “เห็นไหม สิ่งนี้เกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเจ้าอยู่ในพระประสงค์ของเรา นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเจ้าดำรงอยู่ในเรา”

ถ้าพวกท่านคงอยู่ในเราและถ้อยคำของเราคงอยู่ในพวกท่าน จงขอสิ่งใดๆ ที่พวกท่านปรารถนาแล้วพวกท่านจะได้รับสิ่งนั้น (ยอห์น 15:7)

อ่านตอนที่ 2: คลิกที่นี่

Advertisements