อธิษฐานอย่างพระเยซู (ตอนที่ 4/12) / To Pray Like Jesus (4/12)

Read English Version: Click Here

จงชื่นชมยินดีอยู่เสมอ จงอธิษฐานอยู่เสมอ จงขอบพระคุณในทุกสถานการณ์เพราะนี่คือพระประสงค์ของพระเจ้าสำหรับท่านทั้งหลายในพระเยซูคริสต์
– 1 เธสะโลนิกา 5:16-18

549912_10152612959580258_1217112886_n

ตัดสินใจและยึดมั่น

พระประสงค์ของพระเจ้านั้นไม่ใช่เพียงให้เราอธิษฐานในชีวิตประจำวัน แต่ให้เรานั้นมีชีวิตแห่งการอธิษฐาน การอธิษฐานอยู่เสมอนั้นอาจจะฟังดูเป็นไปไม่ได้ แต่ว่าสำหรับพระเจ้านั้นทุกสิ่งเป็นไปได้เสมอ
เพื่อที่เราจะดำเนินชีวิตอยู่ภายในการทรงสถิตของพระเจ้า เราจะต้องตัดสินใจว่าเราจะต้องเป็นคนแห่งการอธิษฐาน การอยากจะอธิษฐานนั้นก็เรื่องหนึ่ง แต่ว่าการอธิษฐานไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เมื่อใดที่เราตัดสินใจด้วยความแน่วแน่แล้ว เราก็จะแสวงหาคำตอบจนกว่าเราจะพบมัน
อย่าดูถูกพลังของการตัดสินใจอย่างแน่วแน่ เพราะถ้าหากเรารอจนกว่าเรารู้สึกอยากจะอธิษฐานเราก็จะอธิษฐานไม่มากพอ ถ้าหากว่าเราเอาแต่รอให้ถึงเวลาไปเข้ากลุ่มอธิษฐานเราก็จะอธิษฐานไม่มากพอ ถ้าหากเรารอจนกว่าเวลาที่ชีวิตของเราประสบปัญหาเราก็จะถูกสถานการณ์นั้นครอบงำเรา ถ้าหากเราไม่เรียนรู้พระสุรเสียงของผู้เลี้ยงแกะในความสงบเงียบและไปยังที่ขององ๕์พระเจ้าซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ก็ถือว่าเรานั้นไม่มีชีวิตแห่งการอธิษฐานเลย เราจำเป็นต้องเรียนรู้ที่จะยึดมั่นในองค์พระบิดาในสวรรค์ เราจำเป็นต้องเรียนรู้การเชิญพระองค์ให้เข้ามายังทุกๆที่ ทุกๆเวลา และทุกๆการตัดสินใจ เราจำเป็นต้องเรียนรู้ว่าเวลาไหนควรต่อสู้ เวลาไหนควรนึ่งเงียบ เวลาไหนควรจะไปต่อ และเวลาไหนควรจะหยุด

ชื่นชมยินดีและขอบพระคุณ

การอธิษฐานอยู่เสมอนั้นสอดคล้องกับการชื่นชมยินดีอยู่เสนอและการของพระคุณในทุกสถานการณ์ พระเจ้าทรงเป็นพระบิดา พระองค์นั้นทรงยินดีที่จะทรงมอบของประทานที่ดีแก่บุตรของพระองค์และจะไม่ทรงยับยั้งสิ่งที่ดีใดๆจากเราเลย ด้วยเหตุนี้ท่าทีที่เราตอบสนองต่อพระพรของพระเจ้าในชีวิตประจำวันของเรานั้นเป็นเครื่องบ่งบอกว่าเราจะสามารถรับพระพรที่ยิ่งใหญ่กว่าในอนาคตได้เพียงใด ในลูกา 17 พระเยซูทรงรักษาชายสิบคนจากโรคเรื้อน และหลังจากที่พระองค์ได้ทรงรักษาพวกเขาแล้ว พระองค์ทรงสั่งให้พวกเขาไปแสดงคนต่อปุโรหิต หนึ่งในบรรดาชายเหล่านั้นเป็นชายชาวสะมาเรีย เขากลับมาและหมอบลงแทบพระบาทพระเยซูหลังจากที่เขาได้เห็นว่าตนนั้นได้รับการรักษาแล้ว พระเยซูทรงชี้ให้เห็นว่าชายชาวสะมาเรียผู้นั้นเป็นเพียงผู้เดียวที่แสดงความสำนึกในพระคุณของพระเจ้า พระเยซูนั้นทรงมองหาคนที่จะขอบพระคุณสำหรับพระพรมากมายในชีวิตของพวกเขาและชื่นชมยินดีแม้เวลาที่พวกเขากำลังรอคอยพระองค์ ส่วนคนที่มองเห็นแต่สิ่งที่เขาไม่มีจะตกเป็นเป้าของมาร

10391708_1024410650955049_4601483822552079541_n

เรียนรู้ที่จะอธิษฐาน

โลกฝ่ายวิญญาณนั้นเป็นโลกที่เราแทบจะไม่สามารถเข้าใจได้เลย คำอธิษฐานแต่ละประเภทนั้นทำให้เกิดผลที่ต่างกันออกไป ซึ่งมีอยู่มากที่เราจะไม่เห็นผลจนกระทั่งเราได้รับกายอันเป็นสง่าราศีแล้ว อย่างไรก็ตาม การอธิษฐานนั้นเป็นงานที่สำคัญที่พระเจ้าทรงให้เราทำ การอธิษฐานด้วยภาษาแปลกๆเป็นการให้พระเจ้าอธิษฐานผ่านทางเราและนั่นก็หมายความว่าพระองค์ทรงต่อสู้สงครามที่เราไม่อาจมองเห็นได้ การอธิษฐานด้วยภาษาแปลกๆทุกวันนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะว่ามันเป็นการเสริมกำลังให้แก่จิตวิญญาณของเราและให้พระเจ้าทรงชำระเราโดยพระวิญญาณของพระองค์ เราจะต้องพยายามที่จะข้ามผ่านอุปสรรคซึ่งก็คือสิ่งรบกวนก่อนที่จะพยายามฟังว่าพระองค์กำลังทรงตรัสอะไรกับเรา เวลาที่เราอธิษฐาน ให้นึกภาพตัวเองกำลังยื่นมือออกไปสัมผัสพระองค์ เห็นพระพักตร์พระองค์ จินตนาการว่าพระฉายของพระองค์นั้นเป็นอย่างไร ได้ยินสิ่งที่พระองค์ทรงตรัสต่อเรา มันจะอาศัยเวลาและความบากบั่นพยายามและมีแต่คนที่ได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วเท่านั้นที่จะสำเร็จได้ เราจะต้องยืนหยัดในอำนาจที่พระเจ้าทรงประทานให้แก่เราและอธิษฐานด้วยทุกสิ่งที่เรามี

10898236_387714634738624_7473527294657502212_n

หลังจากที่เราได้ข้ามผ่านอุปสรรคมาได้แล้ว เราจะต้องเรียนรู้ที่จะพักในการทรงสถิตของพระองค์ มีอยู่หลายวิธีที่เราสามารถใช้ในการคิดไตร่ตรองเกี่ยวกับองค์พระผู้เป็นเจ้า ฉันนั้นไม่ค่อยจะเชี่ยวชาญเรื่องนี้เท่าไรแต่ว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงพระคุณต่อฉันขณะที่ฉันลองใช้เทคนิคต่างๆ เราแต่ละคนจะต้องค้นหาวิธีที่ได้ผลสำหรับเรา และทูลขอให้องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงช่วยเราให้สามารถพบวิธีที่ดีที่สุดสำหรับเราเพื่อที่จะพบกับพระองค์ ถ้าหากว่าจุดมุ่งหมายของเราคือการอธิษฐานอยู่เสมอ เราก็จำเป็นที่จะพึงพอใจในการรับฟังเช่นกัน หนึ่งเทคนิคง่ายๆอย่างหนึ่งที่ได้ผลเรียกว่า “การอธิษฐานขณะหายใจ” นี่เป็นการอธิษฐานแบบเงียบสงบ สามารถทำได้โดยการใช้ข้อพระคัมภีร์หรือคำพูดที่มีความหมาย ช่วงนี้ฉันใช้ ยากอบ 4:10 ในการอธิษฐานแบบนี้ เมื่อฉันหายใจเข้าฉันพูดในใจว่า “จงถ่อมใจลงต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า” และเมื่อฉันหายใจบอกฉันพูดในใจว่า “และพระองค์จะทรงยกชูท่านขึ้น” อีกอย่างหนึ่งที่ฉันเคยทำก็คือ เมื่อฉันหายใจเข้าฉันทูลองค์พระผู้เป็นเจ้าในใจว่า “พระเยซู” และเมื่อฉันหายใจออกฉันทูลพระองค์ว่า “ข้าเป็นของพระองค์” เทคนิคนี้ง่ายดายมากแต่ว่าฉันพบว่ามันช่วยให้ฉันช้าลงและจดจ้องความสนใจไปยังองค์พระผู้เป็นเจ้า สิ่งที่สำคัญไม่ได้อยู่ที่เราใช้เทคนิคไหนแต่อยู่ที่การที่เราเชื่อมต่อกับพระเจ้ามากกว่า ฉะนั้นให้เราหาวิธีที่สามารถช่วยให้เราพบกับองค์พระผู้เป็นเจ้าในการอธิษฐานและแสวงหาพระองค์ด้วยทุกสิ่งที่มี!

ขอให้เราทุกคนได้รับการเปลี่ยนแปลงเมื่อเราได้นำคำสอนเหล่านี้ไปใช้!

อ่าน ‘อธิษฐานอย่างพระเยซู’ ตอนที่แล้ว:
ตอนที่ 1 – 2 – 3

Advertisements