ผู้คนที่หลงหาย / The Lost Souls

English version: Click Here  Click Here  

ผู้คนที่หลงหายนับไม่ถ้วนกำลังรออยู่ที่ประตูนรก!

07/22/2013

คืนวันจันทร์คืนหนึ่งในกลุ่มอธิษฐานของเรา มันเริ่มต้นอย่างพิเศษกว่าคืนวันจันทร์ธรรมดาๆ คืนนั้นมีศิษยาภิบาลท่านหนึ่งมาเยี่ยมคริสตจักรของเราและท่านก็นำนมัสการด้วยเพลงแนวอะคูสติก ในเวลานั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงให้ฉันเต้นรำในพระวิญญาณตลอดเวลา ฉันถูกจู่โจมโดยมารซาตานทำให้เข่าของฉันหลุดออกจากข้อ กระนั้นฉันก็ยังคงเต้นรำและพระเจ้าก็ประทานกำลังให้ฉันสามารถเคลื่อนไหวต่อไปได้ เมื่อถึงเวลาอธิษฐานฉันรู้สึกเจ็บปวดทรมานมาก ฉันแทบจะร้องไห้เวลาที่คุกเข่าลงแต่ฉันก็รู้อยู่แก่ใจว่าพระเจ้าจะทรงรักษาฉัน

ทันทีที่ไฟดับลงและการอธิษฐานก็เริ่มขึ้นฉันก็ร้องไห้ ฉันไม่เคยร้องไห้หนักแบบนี้มาก่อน มันไม่ได้เป็นเพียงการร้องไห้ธรรมดาๆ แต่ฉันตะโกน ด้วยน้ำตาที่ไหลพราก ตัวสั่น และด้วยหัวใจที่แตกสลาย ฉันไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรฉันจึงร้องไห้แบบนี้ ฉะนั้นฉันจึงทูลถามองค์พระผู้เป็นเจ้าว่าเป็นเพราะอะไร พระองค์ไม่เพียงแต่ทรงตอบแต่พระองค์ทรงสำแดงอะไรบางอย่างแก่ฉัน

ผู้คนที่หลงหายกำลังรออยู่หน้าประตูนรก

ทันใดนั้นฉันก็เห็นผู้คนมากมายกำลังยืนอยู่ที่นั่น พวกเขาเหล่านั้นแลดูโศกเศร้า เจ็บปวด หดหู่ และสิ้นหวัง

สถานที่นั้นมืด แต่ว่าฉันสามารถมองเห็นและทุกอย่างแลดูแดงๆดำๆ ฉันเริ่มร้องไห้หนักขึ้นและทูลถามในใจว่า “พระบิดา สิ่งที่ข้าพระองค์กำลังเห็นนั้นคืออะไร?” แล้วพระองค์ก็ทรงตอบว่าคนเหล่านี้คือผู้คนที่หลงหายที่กำลังรออยู่ที่ประตูนรก

แล้วสายตาของฉันก็สามารถมองเห็นได้กว้างขึ้น ฉันเห็นประตูที่ใหญ่โตมากตั้งอยู่ด้านหลังเหล่าอมนุษย์ที่กำลังหวีดร้องและเขย่าประตูอยู่ พวกวิญญาณชั่วเหล่านั้นกำลังตื่นเต้นที่จะได้จู่โจมและทรมารผู้คนที่หลงหาย พวกมันจ้องตาเป็นมันด้วยความตื่นเต้นและร้อนรนที่จะเข้าชิงวิญญาณของผู้คนเหล่านั้น ฉันไม่เคยเห็นอะไรที่ต่ำช้ามากในคราวเดียวเช่นนี้มาก่อนเลย พวกมันไม่มีจิตใจและเต็มไปด้วยความเลวทรามต่ำช้าและความมืด พวกมันเขย่าประตูเหล็กนั้นและฟาดตัวเองใส่ประตูพยายามที่จะจับและชิงวิญญาณเหล่านั้น เหมือนสัตว์ป่าที่พยายามจะหนีออกจากกรง แลดูโหดร้ายและป่าเถื่อน พร้อมที่จะทรมารและลงโทษทุกเมื่อ

จากนั้นภาพก็ได้เปลี่ยนไป เหมือนเปลี่ยนมุมกล้อง และหันไปยังฝูงชนมหึมา มีวิญญาณอยู่มากมายเกินจะนับไหว ฉันพยายามที่จะมองไกลๆแต่ฝูงชนเหล่านั้นก็มากมายสุดลูกหูลูกตา ฉันก้มกราบลงแทบพื้นและเทจิตวิญญาณทั้งหมดของฉันแทบพระบาทองค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยความโศกเศร้าและใจสลาย ฉันกรีดร้องแบบไม่มีเสียงเพราะไม่มีเสียงใดในโลกที่จะสามารถปลดปล่อยความโศกเศร้าที่ฉันรู้สึกได้ หัวใจและจิตวิญญาณของฉันรู้สึกราวกับว่ามันถูกฉีกออกเป็นเสี่ยงๆด้วยความโศกเศร้าและใจสลาย พระเจ้าทรงเปิดพระทัยต่อฉัน พระองค์ตรัสต่อฉันว่าน้ำตาที่ฉันหลั่งนั้นไม่สามารถเทียบได้กับน้ำพระเนตรที่พระองค์ทรงหลั่งเพื่อผู้คนที่หลงหายสักหยดเดียวได้เลย ฉันไม่สามารถบรรยายความเจ็บปวดและใจสลายที่ฉันรู้สึกต่อวิญญาณที่หลงหายเหล่านั้นได้เลย

ฉันนอนคว่ำพร้อมทั้งเหยียดแขนออกจนสุด และคว่ำหน้าลงบนพรมของเวที ฉันสั่นงกๆและร้องไห้อย่างหนัก ฉันพร่ำถามพระองค์ว่า “เพราะอะไรพระองค์ไม่ทรงช่วยพวกเขา?” “โอ้พระบิดา พระองค์ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อพวกเขา! ขอทรงโปรดช่วยเขา!” เหตุผลหลักๆที่ฉันร้องไห้ก็เพราะว่าคนเหล่านั้นมีมากมายเหลือเกิน ฉันตะโกนว่า “ไม่นะ” หลายครั้ง ฉันไม่สามารถเข้าใจได้เลยว่าคนมากมายขนาดนั้นจะกำลังไปนรกได้อย่างไร แต่พระองค์ไม่ทรงตอบฉัน จนกระทั่งฉันทูลว่า “ทำไมพระองค์จึงทรงทอดทิ้งพวกเขา?” พระองค์ทรงพิโรธและตรัสกับฉันด้วยน้ำเสียงเข้มว่า “เราได้เตือนพวกเขาทุกคนแล้ว!” นั่นทำให้ฉันตกใจมาก เป็นไปได้อย่างไรที่พระองค์ทรงเตือนแล้วพวกเขาไม่หันกลับมาหาพระองค์? ฉันไม่สามารถเข้าใจได้เลยว่าเพราะอะไรคนมากมายถึงปฏิเสธที่จะฟังเสียงเตือนของพระองค์

ใต้ร่มเงาของพระองค์

และภาพที่ฉันเห็นก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง ฉันถูกดึงออกมาจากผู้ชนและนำขึ้นสูงเพื่อที่จะมองพวกเขาจากด้านบน จู่ๆภาพนั้นก็สว่างและฉันเห็นทูตสวรรค์จำนวนมากและวิญญาณที่ได้รับความรอดหลายร้อยคน พวกเขาอยู่เป็นวงกลมเหนือประตูนรก และตรงหน้าฉันคือพระบาทที่สวมรองพระบาทของพระเยซู ฉันมองผ่านพระบาทของพระองค์ไปยังนรก ใจของฉันยังคงแตกสลายแต่ฉันรู้สึกปลอดภัย ฉันทูลถามองค์พระผู้เป็นเจ้าว่าที่ที่ฉันอยู่นั้นคือที่ไหนและพระองค์ทรงตอบว่าฉันกำลังอยู่ใต้ร่มเงาของพระองค์ ฉันตกตะลึง ความงดงามของพระองค์นั้นล้นหลามชวนให้ลืมหายใจ กายของฉันยังคงร้องไห้เพราะว่าฉันยังคงมองเห็นวิญญาณจำนวนมากเหล่านั้น

อย่าดื้อด้าน

จู่ๆพระองค์ก็ทรงนำฉันมายังอีกสถานที่หนึ่ง พระองค์ทรงแสดงให้ฉันเห็นคนที่ได้รับความรอดจากบาปแต่ได้สูญเสียความสว่างและกลายมาอยู่ในความมืดเหมือนวิญญาณของผู้หลงหาย แต่เมื่อพวกเขาสำนึกบาป พระองค์จะทรงช่วยให้พวกเขาลุกขึ้นและเติมพวกเขาด้วยพระสิริและแสงสว่าง ฉันไม่เคยเข้าใจเลยว่าบาปนั้นปิดกั้นระหว่างเรากับพระบิดา เมื่อเราทำบาป ความสว่างจะจากเราไปและเราจะอยู่ในความมืดมิดและสิ้นหวัง แต่หากเราสำนึกบาปด้วยสุดใจ พระองค์จะทรงให้อภัยเราและช่วยให้เราสามารถยืนขึ้นได้อีกครั้ง ความแตกต่างระหว่างความสว่างและความมืดนั้นไม่มีอะไรมาเทียบได้ เมื่อปราศจากองค์พระผู้เป็นเจ้าก็ไม่มีความหวัง ไม่มีความสว่าง ไม่มีความรัก มีแต่ความเลวร้ายและการทุกข์ทรมานรออยู่ ฉันร้องไห้หนักขึ้นเพราะว่าความรักและพระคุณของพระองค์นั้นยิ่งใหญ่มากในขณะที่เราไม่สมควรอะไรมากไปว่าความตาย

องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงตรัสต่อฉันว่าพระองค์ได้เพียงแสดงหนึ่งในประตูนรกเท่านั้น อันที่จริงมีประตูและทางเข้านรกมากมายและมีประตูสวรรค์แคบๆเพียงหนึ่งบาน เมื่อใครไปนรกแล้ว จะไม่มีทางที่นำเขาออกมาได้เลยนอกจากพระเยซูจะนำเขาออกมา

นิมิตนี้ทำให้ฉันใจสลายและร้องไห้แม้กระทั่งขณะฉันกำลังเขียนอยู่นี้ นรกนั้นกว้างใหญ่ไม่มีที่สุดและมีคนที่กำลังไปนรกมากมายเกินกว่าจะนับได้ ฉันขอร้องคุณ องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงรักคุณ ขอให้คุณสำนึกบาปและกลับมาหาพระองค์ ความรักของพระองค์นั้นยิ่งใหญ่ไม่มีสิ้นสุด การอภัยของพระองค์นั้นไม่มีขอบเขต แต่พระพิโรธของพระองค์นั้นรุนแรงและการตัดสินของพระองค์นั้นมีจริง

พระเยซูคริสต์ทรงเป็นความสว่างเดียวเท่านั้น! 
เปิดรับพระองค์ตอนนี้!

ความแตกต่างระหว่างความสว่างและความมืดนั้นไม่มีอะไรมาเทียบได้ เมื่อปราศจากองค์พระผู้เป็นเจ้าก็ไม่มีความหวัง ไม่มีความสว่าง ไม่มีความรัก มีแต่ความเลวร้ายและการทุกข์ทรมานรออยู่

จงสำนึกบาปและกลับใจ นี่เป็นทางเดียวเท่านั้นที่จะเข้าสู่สวรรค์!

นรกนั้นกว้างใหญ่ไม่มีที่สุดและมีคนที่กำลังไปนรกมากมายเกินกว่าจะนับได้ ฉันขอร้องคุณ องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงรักคุณ ขอให้คุณสำนึกบาปและกลับมาหาพระองค์ ความรักของพระองค์นั้นยิ่งใหญ่ไม่มีสิ้นสุด การอภัยของพระองค์นั้นไม่มีขอบเขต แต่พระพิโรธของพระองค์นั้นรุนแรงและการตัดสินของพระองค์นั้นมีจริง

Advertisements