อธิษฐานอย่างพระเยซู (ตอนที่ 6/12) / To Pray Like Jesus (6/12)

English version: Click Here

10388175_729253847166851_8013465116658533333_n

การอธิษฐานคืออะไร? ทำอย่างไรคำอธิษฐานของเราจึงจะเกิดผล?

การอธิษฐาน คือ การเข้ามาสนิทสนมกับพระบิดา เพื่อที่พระประสงค์ของพระองค์จะสำเร็จบนโลก สิ่งที่ทำให้คำอธิษฐานนั้นเกิดผลคือการร้องต่อพระบิดาให้พระประสงค์ของพระองค์นั้นสำเร็จ
พระคัมภีร์สอนให้เราแสวงหาพระเจ้าในยามเช้า “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ในยามเช้าพระองค์ทรงได้ยินเสียงข้าพระองค์ ในยามเช้าข้าพระองค์นำคำร้องทูลมาต่อหน้าพระองค์และจดจ่อรอคอยคำตอบจากพระองค์” (สดุดี 5:3) เราควรที่จะหาที่เงียบสงบ ปราศจากสิ่งรบกวน ที่เราจะสามารถจดจ่อความสนใจไปยังองค์พระผู้เป็นเจ้า

เมื่อเราเริ่มอธิษฐาน กุญแจสำคัญคือ “จงเข้าประตูของพระองค์ด้วยการขอบพระคุณ เข้ามาในพระนิเวศของพระองค์ด้วยการสรรเสริญ จงขอบพระคุณพระองค์และสรรเสริญพระนามของพระองค์” (สดุดี 100:4) เพราะเมื่อเราขอบพระคุณสำหรับสิ่งที่พระเจ้าได้ทรงทำและสำหรับวันที่พระองค์ทรงสร้างขึ้นและการที่ทรงให้เราได้มีส่วนร่วมในวันนั้น หัวใจของเราก็จะเปิดรับ เมื่อเราขอบพระคุณพระเจ้า และให้เกียรติโดยการยอมรับในอำนาจ พระเมตตา พระคุณ ฯลฯ ของพระองค์ จิตวิญญาณของเราจะเปิดรับให้เราเชื่อมต่อกับพระเจ้า การระลึกถึงอำนาจเหนืออำนาจใด และความเป็นกษัตริย์ของพระองค์นั้นถือเป็นกุญแจสำคัญ

พระเยซูคริสต์ทรงเป็นตัวอย่างของการอธิษฐาน เวลาที่เหล่าสาวกทูลถามพระองค์ว่าจะอธิษฐานอย่างไร พระเยซูทรงตอบโดยใช้คำอธิษฐานขององค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นตัวอย่าง ในมัทธิว 6:9-13 พระเยซูทรงสอนพื้นฐานของคำอธิษฐานที่มีประสิทธิผลต่อเหล่าสาวกไว้ดังนี้:

ข้อ 9: ข้าแต่พระบิดาของข้าพระองค์ทั้งหลายผู้สถิตในสวรรค์ ขอให้พระนามของพระองค์เป็นที่เทิดทูนสักการะ” การระลึกและทบทวนสิ่งที่พระองค์ทรงเป็น พระผู้สร้าง, สหาย, พระผู้ไถ่, ทรงเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง ฯลฯ นั้นมีประสิทธิผลมาก

ข้อ 10: “ขอให้อาณาจักรของพระองค์ได้รับการสถาปนาไว้”
องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอให้อาณาจักรของพระองค์ได้รับการสถาปนาไว้ในข้าพระองค์ และผ่านทางข้าพระองค์ในวันนี้
“ขอให้พระประสงค์ของพระองค์สำเร็จ”
ข้าแต่พระบิดา ข้าพระองค์ต้องการเพียงแต่พระประสงค์ของพระองค์ในชีวิตของข้าพระองค์ในวันนี้ ขอทรงโปรดกระทำกิจในข้าพระองค์เพื่อที่จะบรรลุจุดหมายของพระองค์
ในโลกเช่นเดียวกับในสวรรค์” 
ข้าแต่พระบิดา ขอทรงนำอาณาจักรสวรรค์ของพระองค์ลงมายังโลกนี้ผ่านทางข้าพระองค์ โดยการทรงช่วยให้ข้าพระองค์ดำเนินชีวิตในพระวิญญาณในวันนี้ และไม่ใช่ในเนื้อหนัง ด้วยพระเมตตาของพระองค์

ข้อ 11: “ขอโปรดประทานอาหารประจำวันแก่ข้าพระองค์ทั้งหลายในวันนี้”
ข้าแต่พระบิดา ขอทรงให้ข้าพระองค์อยู่ในพระประสงค์ของพระองค์ และภารกิจที่พระองค์ประสงค์จะให้ข้าพระองค์ทำในวันนี้ ขอทรงอย่าให้ข้าพระองค์กังวลถึงวันพรุ่งนี้ แต่จดจ่อและตระหนักถึงโอกาสที่จะแบ่งปันความรักของพระองค์ในวันนี้

ข้อ 12: “ขอทรงยกหนี้ให้ข้าพระองค์ทั้งหลาย”
ข้าแต่พระบิดา ขอทรงอภัยและชำระบาปของข้าพระองค์ และชี้นำให้ข้าพระองค์ตระหนักถึงความคิด คำพูด การกระทำที่ไม่ได้เป็นของพระองค์ ขอพระองค์ทรงสำแดงให้ข้าพระองค์ตระหนักถึงสิ่งเหล่านี้ ข้าแต่พระบิดา ข้าพระองค์สำนึกบาปในสิ่งที่พระองค์ทรงสำแดงให้แก่ข้าพระองค์
“เหมือนที่ข้าพระองค์ทั้งหลายได้ยกหนี้ให้ผู้ที่เป็นหนี้ข้าพระองค์ทั้งหลายเช่นกัน”
องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์ให้อภัยทุกๆคนที่ได้ทำผิดต่อช้าพระองค์ไม่ว่าจะทำอย่างรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม และข้าพระองค์ปลดปล่อยพวกเขาให้ได้รับสิ่งที่ดีที่สุดจากพระองค์ในชีวิตของพวกเขา

ข้อ 13: “และขออย่าให้ข้าพระองค์ทั้งหลายล้มลงเมื่อถูกทดลอง” 
ข้าแต่พระบิดา ขอทรงปกป้องจิตวิญญาณของข้าพระองค์ในวันนี้ โดยสวมยุทธภัณฑ์ของพระองค์ให้แก่ข้าพระองค์ ขอทรงโปรดช่วยให้ข้าพระองค์เดินไปกับพระองค์ในทางที่ตรงและแคบ และไม่ให้ข้าพระองค์หันไปทางซ้ายหรือทางขวา
“แต่ขอทรงช่วยข้าพระองค์ทั้งหลายให้พ้นจากมารร้าย”
ข้าแต่พระบิดา ขอทรงให้การช่วยกู้ของพระองค์เกิดขึ้นในหัวใจของข้าพระองค์วันนี้ และชอทรงช่วยกู้ข้าพระองค์จากการโจมตีของมาร ขอแต่งตั้งทูตสวรรค์นักรบของพระองค์ให้รายรอบข้าพระองค์และครอบครัวของข้าพระองค์ ขออย่าให้ข้าพระองค์ถูกชักจูงไปในทางชั่ว แต่ขอให้ข้าพระองค์รู้ว่าข้าพระองค์กำลังต่อกรอยู่กับสิ่งใด

บางครั้งเราไม่รู้ว่าเราควรจะอธิษฐานอย่างไรดี โรม 8:26 กล่าวว่า “ในทำนองเดียวกันพระวิญญาณทรงช่วยเราในยามเราอ่อนแอ เราไม่รู้ว่าเราควรอธิษฐานขอสิ่งใด แต่พระวิญญาณเองทรงอธิษฐานวิงวอนแทนเราด้วยการคร่ำครวญที่ไม่อาจหาถ้อยคำใดมาบรรยาย” เมื่อเราอธิษฐานด้วยภาษาแปลกๆ พระประสงค์ที่สมบูรณ์แบบของพระเจ้าจะได้รับการอธิษฐานผ่านทางเรา และอีกครั้งในเอเฟซัส 6:18-19 ได้กล่าวว่า “และจงอธิษฐานในพระวิญญาณทุกโอกาสด้วยการอธิษฐานและการวิงวอนทุกรูปแบบ โดยคำนึงถึงสิ่งนี้จงเฝ้าระวังด้วยความมานะอดทนและด้วยการวิงวอนเผื่อประชากรทั้งปวงของพระเจ้าเสมอ และเผื่อข้าพเจ้าด้วย เพื่อว่าเมื่อใดที่ข้าพเจ้าเอ่ยปากพระเจ้าจะประทานถ้อยคำให้ข้าพเจ้าสำแดงข้อล้ำลึกแห่งข่าวประเสริฐอย่างกล้าหาญ”

เมื่อเราอธิษฐานในพระวิญญาณ เราควรจะอธิษฐานอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งเรารู้สึกได้ว่าเราได้ออกมายังอีกด้านหนึ่ง (ภาษาอังกฤษใช้คำว่า breakthrough ซึ่งมีความหมายในภาษาอังกฤษว่า การออกมายังอีกด้านหนึ่ง ซึ่งก็เปรียบเหมือนการที่เดินผ่านอุโมงมืดๆและได้ออกมายังอีกฟากหนึ่งที่มีความสว่าง) บางครั้งการอธิษฐานต่อสู้สงครามฝ่ายวิญญาณอาจใช้เวลานานจนกว่าศัตรูจะพ่ายแพ้ไปหรือเราได้รับชัยชนะ พระคัมภีร์สอนไว้ว่า “จงอธิษฐานอยู่เสมอ จงขอบพระคุณในทุกสถานการณ์เพราะนี่คือพระประสงค์ของพระเจ้าสำหรับท่านทั้งหลายในพระเยซูคริสต์” (1 เธสะโลนิกา 5:17-18) 

สรุปคือ คำอธิษฐานนั้นช่วยให้เราสามารถยืนหยัดในพระเจ้าอย่างถูกต้อง หากคำอธิษฐานนั้นจริงใจและแฝงด้วยการสำนึกบาป การอธิษฐานสำหรับความจำเป็นต่างๆนั้นเป็นสิ่งสำคัญ การอธิษฐานในพระวิญญาณถือเป็นกุญแจหลักเมื่อเราอธิษฐานเผื่อสำหรับสถานการณ์ที่เราไม่รู้รายละเอียดและไม่รู้ว่าศัตรูฝ่ายวิญญาณนั้นเป็นใคร ทุกการอธิษฐานจะต้องทำด้วยความเชื่อ และเราจะต้องเชื่อในสิ่งที่เราขอ ไม่ว่าสิ่งที่เราอธิษฐานไปนั้นได้รับคำตอบเร็วหรือช้าก็ตาม มาระโก 11:24,  มัทธิว 21:22 มีอีกหลายสิ่งที่เราต้องเรียนรู้เกี่ยวกับการอธิษฐานแต่ว่าการแสวงหาพระเจ้าสำหรับการชี้นำนั้นเป็นกุญแจสำคัญ “จงเฝ้าระวังอยู่เสมอและอธิษฐาน เพื่อท่านจะสามารถรอดพ้นจากสิ่งทั้งปวงที่กำลังจะเกิดขึ้น และเพื่อท่านจะสามารถยืนอยู่ต่อหน้าบุตรมนุษย์ได้” (ลูกา 21:36)

อ่าน ‘อธิษฐานอย่างพระเยซู’ ตอนที่แล้ว:
ตอนที่ 1 – 2 – 3 – 4 – 5

Advertisements

2 thoughts on “อธิษฐานอย่างพระเยซู (ตอนที่ 6/12) / To Pray Like Jesus (6/12)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s