อธิษฐานอย่างพระเยซู (ตอนที่ 8/12) / To Pray Like Jesus (8/12)

Read English version: Click here

ข้าพเจ้าเงยหน้าดูเนินเขาทั้งหลาย

ความช่วยเหลือของข้าพเจ้ามาจากไหน?
ความช่วยเหลือของข้าพเจ้ามาจากองค์พระผู้เป็นเจ้า
ผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก
(สดุดี 121:1-2)

สิ่งใดที่ใจของคุณจดจ่ออยู่กับมัน คุณก็จะได้เจอกับสิ่งนั้น ทิศทางใดก็ตามที่ใจของคุณมุ่งตรงไปหา นั่นก็เป็นชะตาของคุณ! เพราะเหตุนี้องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงสอนให้ฉันมีพระองค์อยู่ในใจ และมีเพียงพระองค์เท่านั้นเวลาอธิษฐาน ฉันชอบร้องเพลงนมัสการเพลงหนึ่งซึ่งช่วยให้ฉันเข้าถึงพระองค์

Turn your eyes upon Jesus,
Look full in His wonderful face,
And the things of earth will grow strangely dim,
In the light of His glory and grace.

(คำแปล: เพ่งมองไปยังพระเยซู
จดจ้องไปยังพระพักตร์อันงดงาม
แล้วทุกสิ่งในโลกจะมืดไปอย่างน่าอัศจรรย์
ท่ามกลางแสงของพระสิริและพระเมตตา)

14103061_10154304836626278_1448177560612141303_o

สิ่งในโลกนั้นเป็นของโลก แต่เมื่อเราอธิษฐาน เราต้องเข้าไปสู่โลกฝ่ายวิญญาณ การจดจ่ออยู่กับพระเยซูนั้นเป็นสิ่งสำคัญ คุณจะต้องจดจ่อหัวใจไปยังพระเยซู หมดทุกสิ่งทุกอย่างในตัวคุณจะต้องจดจ้องไปยังพระเยซู! เมื่อใดก็ตามที่คุณไม่สามารถจดจ่ออยู่กับพระเยซู ให้คุณใช้ข้อพระคำที่ว่า “จงยืนหยัดต่อสู้กับมารและมันจะหนีไปจากท่าน” ใช้ข้อพระคำข้อนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จากนั้นให้ถามตัวเองว่า “สิ่งล้ำค่าของฉันอยู่ที่ไหน? ความสนใจของฉันอยู่ที่ไหน?” ให้คุณหาว่าสิ่งล้ำค่าสำหรับคุณอยู่ที่ไหน ความคิดของคุณกำลังอยู่ที่ร้านสะดวกซื้อ อยู่ที่ห้างสรรพสินค้า หรือรายการสิ่งที่คุณต้องทำหรือเปล่า? นั่นอาจเกิดขึ้นได้เพราะว่าคุณใช้เวลามากกับมันก่อนหน้านี้ และสิ่งที่คุณควรทำก็คือประกาศว่าคุณปฎิเสธต่อสิ่งล้ำค่าทุกอย่างที่นอกเหนือจากพระเยซู และประกาศว่าคุณเลือกที่จะยึดพระเยซูไว้เป็นสิ่งล้ำค่าสิ่งเดียวของคุณ เพราะอะไรน่ะหรือ? เพราะว่าไม่ว่าสมบัติของคุณอยู่ที่ไหน ใจของคุณก็อยู่ที่นั่นด้วย (มัทธิว 6:21)

จดจ่อไปยังพระเยซู

ตอนที่ฉันเป็นนักเรียนฝึกขับรถอยู่ที่แอฟริกา ครูฝึกของฉันจะพูดสั่งว่าฉันจะต้องทำอะไรบ้าง ฉันจำคำสั่งเหล่านั้นไว้ในหัวแล้วก็พูดทวนอีกครั้งสองครั้งจนเขาบอกว่า “ดีแล้ว!” แต่พอถึงเวลาที่ต้องปฎิบัติตามทฤษฎีเหล่านั้นเข้าจริงๆ พอได้อยู่หลังพวงมาลัยฉันก็กลับลืมทุกอย่าง! สมองกลับว่างเปล่า แล้วฉันก็ขับเข้าหาประตูรั้วแทนที่จะขับไปหาถนน แต่ขอบคุณพระเจ้าที่คนขับได้มองฉันอยู่และหยุดรถทันก่อนที่ฉันจะชนประตูรั้ว

ฉันรู้สึกกลัวมากเลยเลิกเรียนขับรถไปเลยปีนั้น ฉันคิดสงสัยตัวเองเหมือนกันว่าฉันจะกลับมาขับรถได้อีกรึเปล่า ตอนที่ฉันย้ายมาที่อเมริกา เพื่อนร่วมงานของฉันก็ให้กำลังใจว่า “ดูสิ ใครๆเขาก็ขับรถกันทั้งนั้นแหละ เธอเองก็ทำได้น่า ดูสิ ใครๆเขาก็ขับรถได้ดีพอๆกับที่เดินได้ทั้งนั้นแหละ เธอเองก็ทำได้เหมือนพวกเขาน่า” ดังนั้นฉันเลยมีกำลังใจที่จะกลับไปเรียนขับรถอีกครั้ง ครูฝึกของฉันเป็นคริสเตียนที่ดี เขาบอกฉันว่าเมื่อไรก็ตามที่อยู่หลังพวกมาลัย ฉันจะต้องจำไว้ว่า “มองไปยังที่ที่เราต้องการไป ให้ตามองไปที่ที่นั้น” ฉันก็ทำตามและที่น่าประหลาดใจก็คือ พอทำอย่างนั้นแล้วฉันทำได้ดีมาก เมื่อฉันมองไปข้างหน้า ฉันก็พบว่าล้อก็หมุนไปในทิศทางที่ฉันมองและต้องการที่จะไป

ด้วยบทเรียนนี้ องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงสอนฉันให้ระลึกไว้ว่า ฉันต้องการจะไปที่ไหนเวลาอธิษฐาน? ฉันต้องการพบกับใครเวลาอธิษฐาน? ฉันต้องการที่จะทำอะไรให้สำเร็จเวลาอธิษฐาน? สำหรับฉันตอนเมื่อก่อน เวลาอธิษฐานเป็นเวลาที่ฉันทูลขอพระเจ้าในเรื่องต่างๆ แทนที่จะเป็นเวลาของการเข้าเฝ้าพระองค์และพบกับพระองค์ เป็นเวลาที่ได้เข้าถึงพระองค์ เพื่อที่จะสามารถทำเช่นนี้ได้ สิ่งที่ตาของเราจดจ่อไปนั้นสำคัญมาก พระคัมภีร์กล่าวว่า “ให้เราเพ่งมองที่พระเยซูผู้ทรงลิขิตความเชื่อและทรงทำให้ความเชื่อของเราสมบูรณ์ พระองค์ทรงทนรับกางเขนและไม่ใส่พระทัยในความอัปยศของไม้กางเขนเพราะเห็นแก่ความชื่นชมยินดีที่อยู่เบื้องหน้า และพระองค์ได้ประทับที่เบื้องขวาพระที่นั่งของพระเจ้า” (ฮีบรู 12:2)

ฉะนั้นเวลาอธิษฐาน ให้คุณเพ่งมองไปยังพระเยซูผู้ที่คุณปรารถนาจะพบ ในมัทธิว 6 ได้กล่าวไว้ว่าเมื่อคุณอธิษฐานให้ “ปิดประตู” ฉันปิดตาลง เพราะตานั้นเป็นประตูสู่โลก จากก็อธิษฐานต่อพระบิดาผู้ที่เราไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตา จากนั้นในจิตวิญญาณ ฉันเพ่งมองไปยังพระเยซู ฉันจินตนาการถึงพระองค์ และมองไปทางสวรรค์ด้วยดวงตาฝ่ายวิญญาณ “หลังจากพระเยซูตรัสสิ่งเหล่านี้แล้ว พระองค์ทรงแหงนพระพักตร์ขึ้นสู่ฟ้าสวรรค์และอธิษฐานว่า “พระบิดาเจ้าข้า ถึงเวลาแล้ว ขอทรงให้พระบุตรของพระองค์ได้รับเกียรติสิริเพื่อว่าพระบุตรจะได้ถวายเกียรติสิริแด่พระองค์” หลับตาลง และมองไปยังสวรรค์ด้วยดวงตาฝ่ายวิญญาณ มองไปยังผู้ที่สามารถช่วยคุณให้รอด และอธิษฐานอย่างลงลึก (ยอห์น 17:1) “…แล้วพระเยซูทรงแหงนพระพักตร์ขึ้นและตรัสว่า “ข้าแต่พระบิดา ข้าพระองค์ขอบพระคุณพระองค์ที่ทรงสดับฟังข้าพระองค์” (ยอห์น 11:41)

เมื่อคุณทำเช่นนี้และตั้งใจที่จะเพ่งมองไปในทิศทางของสวรรค์ไปยังพระเยซู คุณจะพบว่าคุณสามารถเอาชนะสิ่งรบกวนต่างๆได้เวลาอธิษฐาน แต่นอกจากนี้แล้วคุณจะต้องผูกมัดมารซาตานและขับมันออก นั่นก็หมายถึงการยืนหยัดต่อสู้กับมารอยู่เสมอ

ในเมื่อทรงให้ท่านทั้งหลายเป็นขึ้นกับพระคริสต์แล้ว ก็จงให้ใจของท่านจดจ่อกับสิ่งที่อยู่เบื้องบนที่ซึ่งพระคริสต์ประทับอยู่เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระเจ้า จงให้ความคิดของท่านจดจ่ออยู่กับสิ่งเบื้องบน ไม่ใช่สิ่งฝ่ายโลก (โคโลสี 3:1-2)

อ่าน ‘อธิษฐานอย่างพระเยซู’ ตอนที่แล้ว:
ตอนที่ 1 – 2 – 3 – 4 – 5 – 6 – 7

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s