การหลอกลวง (ตอนที่ 1) / Deception (1)

Download English Version: Click Here

ในช่วงฤดูร้อน ปี 2013 พระเยซูทรงเริ่มที่จะปรากฎพระองค์ต่อเหล่านักอธิษฐานทั้ง 12 คน ที่คริสตจักร Blazing Holy Fire และตรัสต่อเราเกี่ยวกับพระอาณาจักรของพระเจ้า ทรงสอนและฝึกเราในฐานะที่เรานั้นเป็นกองทัพของพระองค์ในยุคสุดท้าย พระองค์ทรงตรัสต่อเราอยู่หลายคืนเกี่ยวกับการหลอกลวง นี่เป็นคำสอนเกี่ยวกับ การหลอกลวง ที่เป็นมาจากการได้พบกับพระเจ้า และจากประสบการณ์ที่เราได้พบกับตัวเอง เป็นเวลานานหลายปี ขอให้คุณรับฟังคำสอนเหล่านี้อย่างจริงจังและนำไปใช้ในชีวิตของคุณ

องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า “การหลอกลวง เป็นอาวุธที่แข็งแกร่งที่สุดของมารซาตาน มันเป็นพ่อแห่งคำโกหก! จงเตือนพวกเขาให้ชัดเจน!”

การหลอกลวง

การหลอกลวง – ศัตรูที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเกลียดชังมากที่สุด คือ วิญญาณจากมารซาตานที่ส่งมาต่อสู้กับผู้ที่แสวงหาพระเจ้าอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นคนที่ได้รับการเปิดดวงตาฝ่ายวิญญาณแล้วและได้เห็นองค์พระผู้เป็นเจ้า คนที่รับใช้องค์พระผู้เป็นเจ้า และใครก็ตามที่ต้องการลงลึกไปกับพระเจ้า มารซาตานเป็นนักโกหก และพ่อแห่งการโกหก (พระธรรมยอห์น) และอาวุธที่ร้ายกาจที่ต่อต้านผู้ที่ได้รับการทรงเรียกให้ได้เห็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ คือ การหลอกลวง เพราะมารซาตานรู้ดีว่าหลายชีวิตจะเปลี่ยนไป ผ่านทางหนังสือและบทความเกี่ยวกับสวรรค์และนรก เพราะว่าความลับของมันนั้นถูกเปิดเผยโดยคนที่ได้พบกับพระเจ้าจริงๆ ฉะนั้นมันจึงใช้วิญญาณชั่วนี้เพื่อชักจูงให้ผู้ที่ได้รับการทรงเลือกให้หลงทาง และจนทุกวันนี้ การหลอกลวง ก็ใช้ได้ผลจริงๆ! ในฐานะศิษยาภิบาล หลายครั้งดิฉันได้เห็นคนที่ได้สัมผัส ได้พบกับพระเจ้าจริงๆ ถูกหลอกลวงให้ละจากพระเจ้าและไปติดตามมารมากมาย ดิฉันได้เห็นวิญญาณชั่วนี้เอาชนะผู้ที่อธิษฐานเป็นเวลานานหลายชั่วโมงทุกวัน เห็นมันหลอกลวงผู้ที่อดอาหารเป็นเวลานาน ผู้ที่รักพระเจ้าและอยู่ในพระนิเวศทุกวัน! มีผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของวิญญาณชั่วนี้มากกว่าผู้ที่ได้ใช้การแยกแยะและเอาชนะมารนั้น และนี่เองที่เป็นเหตุผลที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงให้ฉันเขียนบทความเพื่อเปิดโปงวิญญาณชั่วนี้และเตือนคุณ

ข่าวดี! วิญญาณที่หลอกลวงจะไม่สามารถเอาชนะผู้ที่ดำเนินชีวิตด้วยความถ่อมตนและเชื่อฟังผู้นำฝ่ายวิญญาณและยอมปฏิบัติตาม แม้ว่าจะต้องเอาชีวิตเข้าแลกก็ตาม

ครั้งแรกที่พวกเราได้เห็นพระเยซูทรงกันแสง คือตอนที่เราทูลถามพระองค์เกี่ยวกับวิญญาณแห่งการหลอกลวง พระองค์ทรงร้องไห้เมื่อทรงระลึกถึงผู้ที่พระองค์ได้ทรงสูญเสียให้แก่วิญญาณแห่งการหลอกลวง หนึ่งในนั้นคือเด็กชายคนหนึ่งที่เคยได้สัมผัสพระองค์อย่างแท้จริง ซึ่งองค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสเกี่ยวกับเขาว่า “เรารักเขามาก และเรานั้นใจสลายที่เด็กน้อยคนนั้นถูกขโมยไปจากอ้อมแขนของเราอย่างเต็มใจ” พระองค์ทรงระลึกถึงผู้คนที่เป็นบุตรที่แท้ของพระองค์ซึ่งถูกหลอกลวง พระองค์ตรัสกับพวกเราว่าพระองค์ได้ทรงเตือนพวกเขาทุกคนแล้ว! พระองค์ได้ทรงสู้เพื่อพวกเขาทุกๆคน พระองค์ได้ทรงเข้าหาทุกๆคนในฐานะบิดาผู้เปี่ยมด้วยความรักเพื่อนำพวกเขากลับมาสู่อ้อมกอด แก่พวกเขากลับยิ่งวิ่งหนีและกอดพ่อแห่งคำโกหกไว้แทน! ทำไมนะหรอ? เพราะว่าวิญญาณแห่งการหลอกลวงนั้นเคลื่อนไหวเร็วมากและเมื่อมันเข้าไปในใครแล้ว มันก็จะปิดกั้นการได้ยืนและการแยกแยะของคนคนนั้นไปจากพระเจ้า การหลอกลวงนั้นเป็นผลจาก ความหยิ่งยโส ความหยิ่งยโสนั้นทำลายการได้ยิน และเมื่อความหลอกลวงเข้าไปในใจใครแล้ว เขาจะไม่ได้ยินองค์พระผู้เป็นเจ้า และไม่เชื่อฟังพระองค์ มันเป็นอะไรที่น่าเจ็บปวดมากสำหรับองค์พระผู้เป็นเจ้า เพราะเมื่อพระองค์ทรงต้องการที่จะช่วยเหลือพวกเขา พวกเขากลับวิ่งไปกอดพ่อแห่งคำโกหก ผู้ที่จะตอบแทนพวกเขาด้วยการส่งพวกเขาไปนรก! พระทัยขององค์พระผู้เป็นเจ้านั้นแตกสลายเมื่อพระองค์ทรงตรัสในคืนนั้น พระองค์ทรงให้คนหนึ่งในพวกเรารับน้ำพระเนตรของพระองค์ พระองค์ทรงตรัสว่า สำหรับคนที่ถูกหลอกลวงนั้น ‘การที่จะหลุดพ้นไปได้ถือเป็นเรื่องอัศจรรย์’ ฉันเองเมื่อได้เห็นมาหลายเหตุการณ์ก็สามารถยืนยันได้ว่า ‘ใช่แล้ว การที่จะหลุดพ้นจากการหลอกลวงไปได้ถือเป็นเรื่องอัศจรรย์’ เวลาที่ดีที่สุดสำหรับการถอนรากถอนโคนการหลอกลวง คือ ก่อนที่มันจะคลืบคลานเข้าไปในใจ

การหลอกลวงคืออะไร?

การถูกหลอก คือ การเชื่อคำโกหกของมารแทนการเชื่อความจริง คนที่เชื่อในคำโกหกของมารนั้นถูกพันธนาการไว้ พวกเขามีเกล็ดปิดตาไว้อยู่ และไม่สามารถมองเห็นหรือได้ยิน พวกเขาปฏิเสธความจริง

“..แล้วท่านจะรู้จักความจริงและความจริงจะทำให้ท่านเป็นไท” ยอห์น 8:32

คำหลอกลวงและคำโกหกสะท้อนออกมาด้วยการกล่าวหาผู้รับใช้ที่บริสุทธิ์และใจดี มารซาตานเป็นพ่อแห่งคำโกหก การหลอกลวงเป็นอาวุธที่แข็งแกร่งที่สุดของมัน

ฉะนั้น เมื่อใดที่คุณอ่านบทความที่มุ่งกล่าวหาผู้เชื่อ ผู้รับใช้พระเจ้า บทความที่มีการนินทา การพูดให้เสื่อมเสีย หรือกล่าวติ ให้คุณรู้ไว้ว่าคุณกำลังเหยืยบเข้าไปในการหลอกลวง เมื่อใดก็ตามที่คุณเห็นบทความพวกนั้น จงโยนมันทิ้งไป แล้ววิ่งหนีไปให้ไกลจากเว็บไซต์ หนังสือ บทความ หรือการสามัคคีธรรมเหล่านั้น องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงบอกเราครั้งแล้วครั้งเล่าว่าพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงให้เกียรติความเป็นส่วนตัว พระวิญญาณของพระองค์จะทรงแสดงให้คนรู้ถึงบาปที่ได้ทำและรู้สำนึกเป็นการส่วนตัว ในฐานะคริสเตียน พวกเราได้รับการทรงเรียกให้เปิดโปงมารซาตานและบาป แต่พวกเราไม่มีการทรงเรียกให้เปิดโปงคนบาปโดยที่ไม่มอบพระเยซู พระผู้ไถ่ ให้กับพวกเขา

ประตูของการหลอกลวง

ความหยิ่งยโสเป็นประตูที่เปิดกว้าง ความหยิ่งยโสกับการหลอกลวงนั้นมาด้วยกัน มันทั้งสองเป็นเพื่อนซี้กัน! มารซาตานจะเปิดประตูแห่งความหยิ่งยโสไว้ และโยนกุญแจทิ้งไป เพื่อให้ใครก็ตามที่มีความหยิ่งยโสนั้นไม่สามารถหามันพบอีกเลย พระเยซูทรงตรัสต่อเราว่า “ดีที่เราไม่กลัวที่จะไปคุ้ยขยะ” นั่นหมายความว่าพระองค์ทรงไม่กลัวที่จะออกตามหากุญแจนั้นและปลดปล่อยผู้ที่มีความหยิ่งยโส แต่พวกเขาจะต้องสำนึกบาปด้วยใจจริง

การสำนึกบาปเป็นการเปิดหัวใจให้องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเข้ามาเพื่อปลดปล่อยผู้นั้นให้เป็นอิสระ

ความหยิ่งยโสนั้นมาในหลายรูปแบบ และบางครั้งก็มาในรูปแบบของ ความถ่อมตนที่เท็จ ทั้งความหยิ่งยโสและความถ่อมตนที่เท็จนำมาสู่ซึ่งกันและกัน!

อย่าให้ความหยิ่งยโสเปิดประตู เพราะมิฉะนั้นการหลอกลวงจะเข้ามาผ่านทางประตูนั้น!

การยกย่องสรรเสริญเยินยอตนเอง (ลูกา 18:9-11) มันจะเปรียบเทียบและสรุปว่า “ฉันยิ่งใหญ่ที่สุด ดีที่สุด เหนือว่าคนอื่นๆ” เพื่อแยกแยะความหยิ่งยโส ให้ดูว่าการยกย่องอยู่ที่ใคร พระเยซู หรือว่า ตัวเอง? ใครมากกว่าใคร? ใครได้รับเกียรติ? ใครสำคัญที่สุด? พระเจ้าหรือว่าตัวเอง? ใครได้รับความดีความชอบ? ใครเป็นคนทำ?

วิธีการรับมือการหลอกลวงสำหรับคุณ

องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงตรัสว่า “การเชื่อในคำหลอกลวงถือเป็นทางเลือก เราเปิดโอกาสให้บุตรของเราเลือกด้วยตนเอง” จำไว้ว่าพระเจ้าต้องการให้คุณใช้การแยกแยะ เมื่อคุณได้ยินอะไรก็ตาม (ไม่ว่าจะเป็นคำพูดของคน หรือเสียงที่คุณได้ยิน) และเมื่อคุณอ่านอะไรก็ตาม ให้คุณรู้จักแยะแยะ

  1. เชื่อฟัง:
    – ผู้นำ (พระองค์ตรัสว่า “เราเป็นพระเจ้าที่มีความเป็นระเบียบ”)
    – คำแนะนำที่มาจากพระเจ้า
    – พระคำของพระเจ้า (พระคัมภีร์)

    เมื่อคุณได้ยินอะไรก็ตาม (จากคนหรือจากเสียงที่พูดกับคุณ) เมื่อคุณอ่านหรือดูอะไรก็ตาม
    – ให้คุณตรวจสอบให้แน่ใจว่าทุกอย่างนั้นตรงกับพระคัมภีร์
    – ถ้าหากสิ่งนั้นมาจากพระเจ้า จะไม่มีการกล่าวโทษและกล่าวหาใครก็ตามโดยไม่มอบพระเยซูผู้เป็นพระผู้ไถ่
    – ถ้าหากคุณเป็นผู้กล่าวโทษ ขอให้คุณแน่ใจว่าคุณได้อธิษฐานเกี่ยวกับสิ่งนั้นดีแล้ว และแน่ใจว่าคุณยินดีที่จะให้คนอื่นรู้ว่าคุณเองคนที่บ่งชี้เรื่องนี้

  2. สำนึกบาป
    สำนึกบาปจากใจจริงสำหรับความหยิ่งยโสและการหลอกลวง

จำไว้เสมอว่า ต้องรู้จักแยกแยะ

วิธีการรับมือการหลอกลวงสำหรับคนที่อยู่ภายใต้การดูแลของคุณ

(สำหรับผู้ที่เป็นศิษยาภิบาล ผู้นำ และผู้ที่พระเจ้าได้ทรงแต่งตั้งไว้)

เพื่อที่จะถอนรากถอนโคลนความหยิ่งยโส คุณจะต้องมี จอบแห่งความถ่อมตน ที่องค์พระผู้เป็นเจ้าประทานให้คุณ! ผู้ที่ถ่อมตนต่อพระเจ้าและดำเนินชีวิตด้วยความถ่อมตนจะมีอุปกรณ์ชิ้นนี้ ก่อนที่คุณจะถอนรากถอนโคลนความหยิ่งยโส คุณเองจะต้องมีความถ่อมตน

ความถ่อมตน

องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า “ใจที่ถ่อมตน คือ ใจที่มีความเป็นอย่างพระเจ้า” ความถ่อมตนที่แท้นั้นมาจากเบื้องลึกของจิตวิญญาณ ความถ่อมตนที่แท้จะอ่อนน้อมและออกห่างจากการได้รับการยกย่อง องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า “คือการทำในที่ลับให้เราเห็นเท่านั้น ความถ่อมตนนั้นมอบความดีความชอบให้แก่เราและคนอื่น ถึงแม้ว่าอาจจะไม่เป็นของเขา”

คนที่ถ่อมตนจะสำนึกบาปอย่างจริงแท้และไม่เขินอาย คนที่ถ่อมตน:

เป็นผู้รับใช้: ผู้ที่ล้างเท้าให้กับผู้ที่ต่ำต้อยที่สุด
เชื่อฟัง: ไม่ว่าจะต้องเสียอะไรก็ตาม คนที่ถ่อมตนจะเชื่อฟังและทำตาม

  • ผู้นำที่มาจากพระเจ้า
  • คำแนะนำที่มาจากพระเจ้า
  • พระคำของพระเจ้า (พระคัมภีร์)

องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า “เจ้าไม่สามารถถอนต้นไม้ใหญ่ๆโดยการดึงที่รากใช่ไหม? เจ้าต้องขุดรากขึ้นมาโดยใช้จอบแห่งความถ่อมตน กับอะไรหรือที่พวกเขาหยิ่งยโส? เราไม่ได้เป็นพระเจ้าที่หยิ่งยโส เราเป็นผู้ที่สมควรแก่การสรรเสริญแต่เราไม่ได้หยิ่งยโส เราล้างเท้าให้กับผู้รับใช้ของเรา เราไม่กลัวงานหนัก บรรดาบุตรของเราก็ต้องเป็นอย่างเรา ความหยิ่งยโสนั้นยากที่จะทำลาย จะขุดลงไปได้ต้องอาศัยจอบแห่งความถ่อมตนจึงจะขุดลงไปในดินสกปรกได้ จงดำเนินชีวิตด้วยความถ่อมตน เป็นตัวอย่างให้กับคนที่หยิ่งยโส จงปฏิบัติต่อพวกเขาด้วยความถ่อมตน ชี้นำไปยังความถ่อมตนและแสดงให้ประจักษ์แจ้ง เมื่อใดที่พวกเขาสรรเสริญเยินยอตัวเอง ให้พูดว่า “สรรเสริญพระเจ้า!” และชี้มายังเรา”

คุณต้องใช้ จอบแห่งความถ่อมตน ในการถอนรากถอนโคลนความหยิ่งยโส

Advertisements