การหลอกลวง (ตอนที่ 2) / Deception (2)

Read English version: Click Here

วิญญาณแห่งการหลอกลวงที่ต่อต้านคริสตจักรและกลุ่มอธิษฐาน

คริสตจักรของคุณเป็นคริสตจักรที่เปี่ยมด้วยการอธิษฐานหรือเปล่า? คุณเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มนักอธิษฐานที่มักจะอธิษฐานด้วยกันทุกวันและทำสงครามฝ่ายวิญญาณด้วยกันหรือเปล่า?

บรรดาผู้รับใช้พระเจ้าและสมาชิกของคริสจักรหรือกลุ่มอธิษฐานเหล่านี้ จงฟังคำเตือนเหล่านี้ มารซาตานกำลังเล็งคุณ! มันรู้ว่าคำอธิษฐานของนักอธิษฐานที่มีความสามัคคีเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของมัน ฉะนั้นมันจะสร้างความแตกแยกในกลุ่ม จงจำไว้ว่าพระเจ้าเป็นผู้ที่ทรงนำคุณไปยังที่นั่น เพราะอาณาจักรของพระองค์เป็นจริงในโลกดังในสวรรค์ เมื่อคุณตั้งใจแสวงหาพระเจ้าอย่างสุดใจ มารซาตานจะพยายามอย่างสุดกำลังเพื่อทำร้ายคุณแต่มันไม่สามารถฝ่าเกราะป้องกันที่พระเจ้าทรงวางไว้เหนือนิเวศแห่งการอธิษฐานได้! ฉะนั้นมันเลยพยายามจะหลอกลวงคุณเพื่อให้คุณปลีกตัวไปอยู่คนเดียวเพื่อให้มันสามารถเข้ามาถึงตัวคุณได้ ดังนั้นคุณจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้มันไม่สามารถเอาชนะคุณได้ ไม่ให้มันสามารถเอาคุณออกไปจากคริสตจักรที่อธิษฐานและไม่ให้มันใช้คุณเพื่อทำลายหรือสร้างความแตกแยกในกลุ่ม เพราะทุกสิ่งที่เราทำนั้นก็เพื่อพระอาณาจักรพระเจ้า ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว

เราทุกคนต้องเข้าใจว่านี่เป็น สงคราม! และในสงครามนี้เราต้องยืนหยัด ต่อต้านมารซาตานด้วยทุกสิ่งที่มี ต่อสู้และเอาชนะมัน พระเจ้าทรงไม่เคยทอดทิ้งนักรบของพระองค์ในศึกสงคราม พระองค์จะทรงประทานชัยชนะให้แก่นักรบที่ไม่ย่อท้อ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาพระองค์ทรงเตือนสติเราว่า “เราเป็นพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่!” ถูกต้องแล้ว พระเยซูผู้เดียวทรงเป็นพระเจ้า! มารไม่อยากให้มีคริสตจักรที่เปี่ยมด้วยการอธิษฐาน ดิฉันขอพูดกับผู้รับใช้พระเจ้าทุกคนว่า อย่าให้มารเอาชนะได้! บรรดาลูกแกะของพระเจ้าทั้งหลาย ดิฉันขอเตือนคุณว่า อย่าออกจากคริสตจักรหรือกลุ่มอธิษฐานนั้น เมื่อถึงเวลาที่คุณต้องออกเมื่อใดคุณจะออกจากที่นั่นอย่างสงบสุขและเปี่ยมด้วยผลแห่งพระวิญญาณและพระพร!

นอกจากนี้แล้ว มารซาตานมันไม่อยากให้ดวงตาฝ่ายวิญญาณคุณเปิดเพราะมันรู้ว่าเมื่อใดก็ตามที่คุณสามารถมองเห็นคุณจะป่าวประกาศสิ่งที่เห็น มันรู้ว่าคุณจะเปิดโปงมันและผู้คนจะรู้ตัวและป้องกันตัวเองจากมัน มารไม่อยากให้ดวงตาฝ่ายวิญญาณคุณเปิดเพราะคุณจะเห็นสวรรค์ นรก และเปิดโปงความลับของมัน มันจะเข้ามาในกลุ่มอธิษฐานเพื่อขโมย ฆ่า และทำลาย มันจะเข้ามาเพื่อขโมยของประทานของพระเจ้าและทำให้คนของพระเจ้าเสื่อมเสีย ฉันจำได้ว่าวันหนึ่งองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเตือนฉันว่า “จงระวังตัว มารซาตานจะพยายามหลอกลวงและขโมยของประทาน…” พระองค์ตรัสดังนั้นและทรงแสดงให้ฉันเห็นตัวอย่างกับตา วันหนึ่งนักอธิษฐานซึ่งดวงตาฝ่ายวิญญาณได้เปิดแล้วถูกนำไปนรกและองค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า “เธอคนนี้ได้รับดวงตาของเรา แต่ดูเถิด มารกำลังกัดกินดวงตานั้น” มารซาตานไม่กลัวที่จะขโมยสิ่งที่บริสุทธิ์และเป็นขององค์พระผู้เป็นเจ้า องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเตือนเราว่า “สิ่งใดก็ตามที่ไม่รักษาไว้ดีๆจะถูกขโมยไป!” ดังนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญมากที่เราจะต้องปกป้องรักษาของประทานที่พระเจ้าทรงประทานให้และคอยเฝ้าอธิษฐานอยู่เสมอ

เมื่อคุณอยู่ในคริสตจักรแห่งไฟที่เปี่ยมด้วยการอธิษฐาน จงอย่าอ่อนข้อให้มารซาตานและอย่าออกจากคริสตจักรนั้น! มันจะไม่สามารถหลอกลวงคนที่เชื่อฟังผู้นำฝ่ายวิญญาณในคริสตจักรและแวดล้อมไปด้วยผู้รับใช้พระเจ้าที่แท้!

วิญญาณแห่งการหลอกลวงทำงานในคริสตจักรอย่างไร

พระนิเวศน์ของเราจะเป็นพระนิเวศน์แห่งการอธิษฐาน (มัธทิว 21:13)

ก่อนจะเกิดการหลอกลวง

มารซาตานจะเข้าไปสอดส่อง มันรู้ว่าใครเป็นคนที่แสวงหาพระเจ้าอย่างแท้จริงและใครที่เข้ามาเล่นๆ มันรู้ด้วยว่าใครอ่อนแอและหลอกง่าย การหลอกลวงนั้นเกิดขึ้นเร็วมาก วิญญาณแห่งการหลอกลวงเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเหมือนกัับฟ้าผ่าจากที่ไหนก็ไม่รู้แล้วก็แวบหายไป! มันเข้ามาหลอกลวงอย่างรวดเร็ว โน้มน้ามให้คนคนนั้นออกจากคริสตจักรหรือกลุ่มที่เปี่ยมด้วยการอธิษฐานและนำคนคนนั้นออกไป มันต้องเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเพราะมันรู้ว่าคริสตจักรแห่งไฟที่เปี่ยมด้วยการอธิษฐานมีพลังที่จะขับไล่มันออกไป ดังนั้นมารซาตานจึงส่งวิญญาณชั่วนี้ให้ไปทำงานและหนีออกไปอย่างรวดเร็ว องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงสอนเราว่าเมล็ดพันธุ์แห่งการหลอกลวงนั้นได้ถูกหว่านก่อนหน้านี้แล้ว และเมล็ดพันธุ์นั้นอยู่เฉยๆเป็นเวลาหลายปีจนกระทั่งมันถูกเพาะด้วยน้ำ แสงสว่าง และความร้อน พระเยซูทรงเป็นผู้เดียวที่เลี้ยงเราด้วยน้ำแห่งชีวิตและขนมปังแห่งชีวิต ส่วนมารซาตานนั้นบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งการหลอกลวง

อะไรเป็นส่ิงที่บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งการหลอกลวง

  • ความทะนงตน และความถ่อมตนที่เท็จ
  • การเชื่อในเรื่องเท็จ
  • การไม่รับฟังคำเตือนและไม่เชื่อฟังผู้นำฝ่ายวิญญาณ
  • การรับฟังแต่คนที่สอนสิ่งที่ตนอยากฟัง จงระวังผู้เผยพระวจนะเท็จ!
  • การไล่ล่าความปรารถนาส่วนตัว และการทำตามความปรารถนาของตัวเอง
  • การไม่ใช้วิจารณญาน โดยเฉพาะคนที่ดวงตาฝ่ายวิญญาณเปิดแล้ว
  • ช่องโหว่/บาปที่ยังไม่สำนึก
  • ความภาคภูมิใจในความสำเร็จ ปริญญา ทรัพย์สมบัติในโลก และการพูดถึงแต่ตัวเอง

ถ้าหากคุณมีแม้แต่หนึ่งในสิ่งเหล่านี้ ต้องสำนึกบาปจากใจจริงโดยด่วน

ทางออก

“การสำนึกบาปเป็นการเปิดประตูห้ัวใจให้กับพระเจ้า ให้พระองค์สามารถเข้าไปในใจของคุณและปลดปล่อยให้เป็นอิสระ” จงถอนรากถอนโคนเมล็ดพันธุ์แห่งการหลอกลวงให้หมด และหลีกเลี่ยงสิ่งที่จะบ่มเพาะมัน

สำหรับบรรดาฝูงแกะของพระเจ้า: จงอย่ารีบด่วนออกจากคริสตจักรหรือกลุ่มอธิษฐาน เมื่อใดที่ทำอย่างเร่งรีบนั่นไม่ได้มาจากพระเจ้าเพราะพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าที่พระทัยเย็น พระเจ้าไม่ใช่พระเจ้าที่รีบร้อนให้คุณทำอะไรแต่ทรงประสงค์ให้คุณทดสอบวิญญาณ พระองค์ประสงค์ให้คุณใจเย็นๆจนกว่าพระองค์จะทรงนำคุณ พระองค์จะทรงให้เวลาคุณอธิษฐานและรอคอยพระองค์ เมื่อถึงเวลาพระองค์จะทรงนำคุณให้ก้าว มารซาตานไม่อยากให้คุณอธิษฐานเกี่ยวกับสิ่งที่ได้ยินได้เห็น ไม่อยากให้คุณรอคอย เพราะว่าถ้าหากทำเช่นนั้นแผนการของมันจะถูกเปิดโปง ฉะนั้นจงฝีึกความใจเย็น
นอกจากนี้อย่าเปิดโอกาสให้ใครกล่าวสิ่งที่ไม่ดีเกี่ยวกับพี่น้อง

สำหรับบรรดาผู้รับใช้พระเจ้า: วิญญาณเหล่านี้จู่โจมอย่างรวดเร็ว ฉะนั้นคุณต้องต่อสู้ก่อนที่มันจะเข้ามาโจมฝูงแกะ

  • สอนทุกคนเกี่ยวกับวิญญาณแห่งการหลอกลวงเป็นอย่างดี
  • ดำเนินชีวิตเป็นตัวอย่างของผู้รับใช้ที่ถ่อมตน
  • สอนทุกคนให้ดำเนินชีวิตด้วยความถ่อมตนที่แท้จริง

การเคลื่อนไหวของการหลอกลวง

การหลอกลวงอาจจะมาในรูปแบบเสียงพูด นิมิต และก็มีหลายครั้งที่มาจากคนอื่นที่ถูกหลอกไปแล้ว! อย่าเปิดโอกาสให้ใครก็ตามมาพูดสิ่งที่ไม่ดีเกี่ยวกับพี่น้อง เมื่อคุณเห็นนิมิตคุณจะต้องทดสอบวิญญาณเพราะว่ามารซาตานสามารถให้นิมิตได้เช่นกัน จงอย่าเชื่อนิมิตที่ไม่ตรงกับพระคำของพระเจ้า นิมิตที่ไม่แสดงผลของพระวิญญาณ (กาละเทีย 5:22-23) หรือถึงแม้นิมิตเหล่านั้นมาจากคนที่คุณเชื่อใจก็ตาม นิมิตที่มาจากพระเจ้าจะต้องตรงกับพระคำของพระองค์ จงใช้วิจารณญาณเมื่อฟังเสียงหรือเห็นนิมิต คำหลอกลวงจะทำให้คนปลีกตัวเองออก เมื่อคนนั้นอยู่เพียงลำพังเสียงของมารก็จะชัดเจน องค์พระผู้เป็นทรงเป็นผู้วางตารางเวลาอธิษฐานและเวลาพักและสามัคคีธรรม การสามัคคีธรรมและการหนุนใจกันและกันเป็นการเยียวยาอย่างหนึ่ง แต่เมื่อมีใครก็ตามที่เริ่มตีตัวออกห่าง จะต้องอธิษฐานเผื่อคนนั้นและให้คำปรึกษา และถ้าหากจำเป็นก็จะต้องทำการปลดปล่อยคนนั้นด้วย

ตัวอย่างการหลอกลวง:

  • ฉันได้ยินเสียงบอกให้ฉันเลิกอธิษฐานเลยตอนนี้
  • ฉันเห็นวิญญาณชั่วอยู่ในคริสตจักรฉะนั้นฉันต้องออกไปจากที่นี่ (เมื่อพระเจ้าทรงเปิดดวงตาฝ่ายวิญญาณคุณก็จะเห็นทั้งสิ่งที่ดีและไม่ดี ดังนั้นคุณไม่จำเป็นต้องไปไหนถ้าหากคุณเห็นวิญญาณชั่วในคนหรือในคริสตจักร พวกมันอยู่ทุกหนทุกแห่ง วิญญาณแห่งการหลอกลวงนั้นมักจะกล่าวหาและโทษความผิด เมื่อใดก็ตามที่มีใครมาหาศิษยาภิบาลหรือผู้นำเพื่อเล่านิมิตที่เห็นซึ่งเป็นการกล่าวหาพี่น้อง  เช่น “พระเจ้าสำแดงให้ฉันเห็นสิ่งนี้ในพี่น้องคนนี้แต่อย่าไปบอกคนอื่นนะ (กล่าวหาพี่น้อง)” ให้คุณรู้ทันทีว่ามารซาตานกำลังทำงานอยู่ พระเยซูทรงบอกให้พวกเราไม่เก็บความลับยกเว้นแต่สิ่งที่พระองค์เองกำชับให้เราเก็บเป็นความลับ พระองค์ตรัสกับเราว่า “ลูกๆเอ๋ย เราขอให้เจ้าอนุญาตให้เราทำให้เจ้าโปร่งใสราวกับแจกันเพื่อให้เราสามารถเติมเต็มเจ้าได้ เราขอให้เจ้าเป็นภาชนะของเรา”  
  • “พระวิญญาณเท่านั้นเป็นผู้ชี้นำของฉัน ฉันจะไม่ฟังศิษยาภิบาลอีกต่อไป” (อ่าน ลูกา 16:29)

จงระวังเสียงพูดที่โฟกัสไปที่ตัวคุณเองและชี้ให้เห็นว่าอะไรๆก็ไม่ยุติธรรมกับคุณ และทำให้คุณเริ่มคิดสงสารตัวเองและให้ความสนใจแต่ความรู้สึกของตัวเอง เสียงที่โฟกัสไปที่ตัวคุณหรือคนอื่น จงจำไว้ว่าเราไม่สามารถโฟกัสที่พระเยซูและที่คนอื่นในเวลาเดียวกันได้ พระเยซูตรัสกับเราทุกวันว่า “โฟกัสที่เรา โฟกัสที่เรา” เมื่อใดที่คุณโฟกัสที่พระองค์คุณก็จะปลอดภัย

รัก อธิษฐาน และเชื่อ

เมื่อวิญญาณชั่วนี้เข้าไปในจิตวิญญาณใครและไม่ถูกขับออกมาแล้วมันจะเข้าไปในใจของคนนั้น “พระเยซูและสาวกกำลังรับประทานอาหารเย็นและเมื่อถึงเวลานั้นมารได้ดลใจยูดาสบุตรของซีโมนอิสคาริโอทให้เขาคิดทรยศพระองค์แล้ว” (ยอห์น 13:2) คนเราทำสิ่งที่ตัวเองตัดสินใจไว้อยู่ในใจ ใจเรามักจะชนะ นั่นเองที่เป็นเหตุผลว่าเพราะอะไรเราถึงต้องระวังสิ่งที่เราตั้งใจจะทำอยู่ในใจ

คนที่กำลังถูกหลอกมักจะไม่ยอมเข้าหาศิษยาภิบาลหรือผู้นำเพราะว่าคำแนะนำที่มาจากพระเจ้าจะเปิดโปงความจริง พวกเขาจะปฏิเสธที่จะให้เกล็ดที่ตาหลุดออก ปฏิเสธที่จะสำนึกบาปและกลับใจ การสำนึกบาปเป็นสิ่งที่เปิดหัวใจคุณให้พระเจ้าเข้ามาช่วยคุณแต่เมื่อใดที่เราปฏิเสธที่จะสำนึกบาป เราก็ปฏิเสธการเปิดใจให้พระเยซู “คำตัดสินเป็นดังนี้คือ ความสว่างได้เข้ามาในโลก แต่มนุษย์รักความมืดแทนที่จะรักความสว่าง เพราะการกระทำของพวกเขาชั่วร้าย ทุกคนที่ทำชั่วก็เกลียดความสว่าง และจะไม่เข้ามาในความสว่างเพราะกลัวว่าการกระทำของตนจะถูกเปิดโปง” (ยอห์น 3:19-20)

ไม่มีใครที่ถูกหลอกโดยที่องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ได้ทรงเตือนก่อนครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อใดที่คนไม่ฟังถึงแม้จะถูกตักเตือน หัวใจของเขาก็จะเย็นชาและวิ่งเข้าหาการหลอกลวง และเมื่อไม่สำนึกบาปมารซาตานก็จะนำเข้าออกจากกลุ่มไปยังที่ที่มันจะขย้ำคนนั้นได้ (ยอห์น 10)

ความทุกข์ใจต้องการเพื่อนร่วมทุกข์ และบาปก็ไม่สามารถยืนอยู่คนเดียวได้ คนที่ถูกหลอกขั้นลึกมักจะหลอกลวงคนอื่นและนำคนอื่นหลงทางไปด้วย เวลาที่มารซาตานทำแบบนี้มันรู้ว่าใครอ่อนแอในคริสตจักรและส่งคนที่ถูกหลอกไปหลอกคนที่อ่อนแอเหล่านั้น ดังนั้นเมื่อใดที่มีคนที่ถูกหลอกและเขาเลือกที่จะไม่ฟังผู้นำ จงอวยพรเขาและปล่อยพวกเขาไปเสีย เพราะว่าถ้าหากวิญญาณแห่งการหลอกลวงนั้นสามารถเข้าไปในคนอื่นๆ ดังนั้นจึงสำคัญมากที่คุณจะต้องอวยพรเขา ปล่อยเขาไป และอยู่ห่างๆจนกว่าเขาจะยอมสำนึกบาป

“เมื่อมีการหลอกลวงเกิดขึ้น ให้คุณรักและอธิษฐานเผื่อพวกเขาอย่างทรงพลัง เมื่อคุณอธิษฐานให้คุณจำไว้ว่าคำพููดลบๆเป็นอุปสรรค์ของความเชื่อ ฉะนั้นจงอธิษฐานและพูดวาจาที่ให้ชีวิตแก่คนที่ถูกหลอกเหล่านั้น”

อันตรายของการหลอกลวง: เรื่องจริงของเยริโค

มีชายคนหนึ่งชื่อเยริโคซึ่งตอนนี้รับใช้มารซาตานและเป็นหนึ่งในสาวก 11 คนของมารซาตานซึ่งองค์พระผู้เป็นเจ้าสำแดงให้เราเห็น (มารซาตานไม่สามารถมีสาวก 12 คนได้เพราะมีแต่พระเจ้าเท่านั้นจะทรงมีได้) เรื่องที่พระองค์ทรงสำแดงให้เราเห็นมีอยู่ว่า ชายคนนี้เคยเป็นคริสเตียนและเป็นผู้ที่พระเจ้าทรงใช้ทำการอัศจรรย์และหมายสำคัญต่างๆ เขาเคยเป็นสาวกพระเยซูซึ่งอธิษฐานและเต้นรำต่อเบื้องพระพักตร์ วันนี้ชายคนนี้ซึ่งเดิมเคยเดินใกล้ชิดกับพระเจ้ากลับกลายมาเป็นผู้รับใช้มารซาตาน! พวกเราถามองค์พระผู้เป็นเจ้าว่า “โอ้ ข้าแต่พระเจ้า ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ได้” พระองค์จึงทรงอธิบายให้เราทราบว่าเหตุนี้เกิดขึ้นเพราะการหลอกลวง ชายคนนี้ถูกหลอกลวงและค่อยๆถอยห่างจากพระเจ้าทีละนิดๆและจมลงไปในการหลอกลวงจนกระทั่งเขามอบชีวิตให้กับมารซาตานเพื่อรับใช้มัน ใครก็ตามที่ถูกหลอกโดยมารตอนนี้ในอนาคตจะสามารถถูกหลอกให้รับเครื่องหมายของสัตว์ร้ายได้ องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเตือนเราแล้ว ใครที่รับการหลอกลวงมาจะรับเครื่องหมายของสัตว์ร้ายในอนาคตด้วยความเชื่อที่ว่าสิ่งนั้นเป็นของพระเจ้า จึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่เราจะต้องต่อสู้วิญญาณชั่วนี้และดำเนินชีวิตในความสว่างของพระเจ้าและในความจริงของพระองค์ วิญญาณชั่วนี้มีพลังที่จะนำคนไปยังนรก และผู้เชื่อทุกคนในโลกได้รับการทรงเรียกให้ลุกขึ้นเป็นหนึ่งเดียวเพื่อต่อต้านการหลอกลวง

การหลอกลวงมีพลังที่จะนำคนไปยังนรก ที่ซึ่งพวกเขาจะไม่สามารถออกมาได้อีกเลย จงรักความจริง และต่อสู้การหลอกลวงด้วยทุกสิ่งที่มีในคุณ!

อ่านการหลอกลวง (ตอนที่ 1) คลิกที่นี่

Advertisements

One thought on “การหลอกลวง (ตอนที่ 2) / Deception (2)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s